หอพุทธศิลป์
HOR BUDDHA SILP
หน้าแรก
พระเกจิอาจารย์
บทความ
แกลเลอรี่
นิทรรศการ
นิทรรศการทั้งหมด
ห้องสมุดปัญญาธรรม
อีบุ๊ค
เอกสารครอบครองพระ
เกี่ยวกับเรา
ไทย
ไทย
English
中文
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
แกลเลอรี่
รวมภาพพระเครื่อง วัตถุมงคล และพุทธศิลป์
ทั้งหมด
พระบูชา
พระเครื่อง
เครื่องราง
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๒๐ นิ้ว ความสูง ๓๓ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย หมวดกำแพงเพชร
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย หมวดกำแพงเพชร อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๒๑ นิ้ว ความสูง ๓๑ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : ความสูง ๑๙๓ เซนติเมตร
พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร สําริด ศิลปะอยุธยา
ชื่อพระ : พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร สําริด ศิลปะอยุธยา อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : ความสูง ๑๙๓ เซนติเมตร
พระพุทธปางลีลา สําริด ศิลปะสุโขทัย ยุคต้น
ชื่อพระ : พระพุทธปางลีลา สําริด ศิลปะสุโขทัย ยุคต้น อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : ความสูง ๙๑ เซนติเมตร
พระพุทธรูปลีลา สําริด ศิลปะสุโขทัย
ชื่อพระ : พระพุทธรูปลีลา สําริด ศิลปะสุโขทัย อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : ความสูง ๘๑ เซนติเมตร
พระพุทธรูปยืน สําริด ศิลปะเชียงแสนทรงเครื่อง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปยืน สําริด ศิลปะเชียงแสนทรงเครื่อง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : ความสูง ๖๑ เซนติเมตร
พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สําริด ศิลปะเชียงแสน
ชื่อพระ : พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สําริด ศิลปะเชียงแสน อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ขนาด : ความสูง ๖๑ เซนติเมตร
พระพุทธรูปยืน สําริด ศิลปะเชียงแสนทรงเครื่อง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปยืน สําริด ศิลปะเชียงแสนทรงเครื่อง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ขนาด : ความสูง ๔๓ เซนติเมตร
พระพุทธไสยาสน์ สําริด ศิลปะสุโขทัย
ชื่อพระ : พระพุทธไสยาสน์ สําริด ศิลปะสุโขทัย อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หนาตัก ๓๙ นิ้ว ความสูง ๕๕ เซนติเมตร
พระพุทธรูปมารสมาธิ หินทราย ศิลปะทวาราวดี ยุคต้น
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารสมาธิ หินทราย ศิลปะทวาราวดี ยุคต้น อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔ ขนาด : หน้าตัก ๒๑ นิ้ว ความสูง ๒๙ นิ้ว
พระพุทธรูปนาคปรก หินทราย ศิลปะลพบุรี
ชื่อพระ : พระพุทธรูปนาคปรก หินทราย ศิลปะลพบุรี อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ขนาด : หน้าตัก ๒๐ นิ้ว ความสูง ๔๓ นิ้ว
พระพุทธรูปหินทราย ศิลปะขอม ต้นบายน
ชื่อพระ : พระพุทธรูปหินทราย ศิลปะขอม ต้นบายน อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ขนาด : หน้าตัก ๑๗ นิ้ว ความสูง ๒๓ นิ้ว
พระพุทธรูปนาคปรก หินทราย
ชื่อพระ : พระพุทธรูปนาคปรก หินทราย ศิลปะลพบุรี เขมรแบบนครวัด อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ขนาด : หน้าตัก ๑๕ นิ้ว ความสูง ๓๖ นิ้ว
พระโพธิสัตว์ หินทราย ศิลปะขอม แบบบายน
ชื่อพระ : พระโพธิสัตว์ หินทราย ศิลปะขอม แบบบายน อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ขนาด : ความสูง ๑๓๒ เซนติเมตร
พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ศิลปะนครวัด
ชื่อพระ : พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ศิลปะนครวัด อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ขนาด : ความสูง ๘๓ เซนติเมตร
พระพุทธรูปขเมร สําริด ศิลปะบาปวน
ชื่อพระ : พระพุทธรูปขเมร สําริด ศิลปะบาปวน อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ขนาด : ความสูง ๗๖ เซนติเมตร
พระพุทธรูปปางประทานอภัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์สาม
ชื่อพระ : พระพุทธรูปปางประทานอภัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์สาม อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ขนาด : ความสูง ๔๕ เซนติเมตร
พระพุทธลีลา สําริด ศิลปะสุโขทัย
ชื่อพระ : พระพุทธลีลา สําริด ศิลปะสุโขทัย อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : ความสูง ๔๐ เซนติเมตร
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง ยุค ๒
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง ยุค ๒ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๒๐ นิ้ว ความสูง ๓๒ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย หมวดพิษณุโลก
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย หมวดพิษณุโลก อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๙ นิ้ว ความสูง ๓๐ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสนทรงเครื่อง ฐานรูกุญแจ
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสนทรงเครื่อง ฐานรูกุญแจ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๙ นิ้ว ความสูง ๓๔ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๙ นิ้ว ความสูง ๒๗ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ขนาด : หน้าตัก ๑๙ นิ้ว ความสูง ๓๙ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน ฐานรูกุญแจ
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน ฐานรูกุญแจ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๖ นิ้ว ความสูง ๓๒ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง ยุค ๒
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง ยุค ๒ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๖ นิ้ว ความสูง ๒๙ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย หมวดกำแพงเพชร
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย หมวดกำแพงเพชร อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๖ นิ้ว ความสูง ๒๓ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๓ นิ้ว ความสูง ๒๐ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๓ นิ้ว ความสูง ๒๑ นิ้ว
พระสังกัจจายน์ สําริด ศิลปะสุโขทัย
ชื่อพระ : พระสังกัจจายน์ สําริด ศิลปะสุโขทัย อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๓ นิ้ว ความสูง ๑๗ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๒ นิ้ว ความสูง ๑๙ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน ทรงเครื่อง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน ทรงเครื่อง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๒ นิ้ว ความสูง ๒๕ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๒ นิ้ว ความสูง ๒๐ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๒ นิ้ว ความสูง ๒๐ นิ้ว
พระพุทธรูปสมาธิ สําริด ศิลปะเชียงแสน ทรงเครื่อง ฐานรูกุญแจ
ชื่อพระ : พระพุทธรูปสมาธิ สําริด ศิลปะเชียงแสน ทรงเครื่อง ฐานรูกุญแจ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๒ นิ้ว ความสูง ๒๐ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์สาม ฐานรูกุญแจ
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์สาม ฐานรูกุญแจ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ขนาด : หน้าตัก ๑๒ นิ้ว ความสูง ๒๐ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๑ นิ้ว ความสูง ๑๙ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน ทรงเครื่อง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน ทรงเครื่อง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๑ นิ้ว ความสูง ๒๓ นิ้ว
พระพุทธรูปนาคปรก สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์สาม
ชื่อพระ : พระพุทธรูปนาคปรก สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์สาม อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๑ นิ้ว ความสูง ๓๐ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะรัตโกสินทร์ ศิลปะอู่ทอง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะรัตโกสินทร์ ศิลปะอู่ทอง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๔ ขนาด : หน้าตัก ๑๑ นิ้ว ความสูง ๑๗ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน ลังกาวงศ์
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน ลังกาวงศ์ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ขนาด : หน้าตัก ๑๑ นิ้ว ความสูง ๑๗ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง ฐานรูกุญแจ
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง ฐานรูกุญแจ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๑ นิ้ว ความสูง ๑๖ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด สมาธิเพชรศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด สมาธิเพชรศิลปะเชียงแสน สิงห์หนึ่ง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๙ นิ้ว ความสูง ๑๔ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน ทรงเครื่อง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสน ทรงเครื่อง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๙ นิ้ว ความสูง ๒๐ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะอู่ทอง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ขนาด : หน้าตัก ๙ นิ้ว ความสูง ๑๘ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสนทรงเครื่อง
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะเชียงแสนทรงเครื่อง อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ขนาด : หน้าตัก ๙ นิ้ว ความสูง ๑๗ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะรัตนโกสินทร์
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะรัตนโกสินทร์ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๔ ขนาด : หน้าตัก ๙ นิ้ว ความสูง ๑๘ นิ้ว
พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย หมวดใหญ่
ชื่อพระ : พระพุทธรูปมารวิชัย สําริด ศิลปะสุโขทัย หมวดใหญ่ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๑๑ นิ้ว ความสูง ๑๙ นิ้ว
พระพุทธรูปนาคปรก สําริด ศิลปะเชียงแสน
ชื่อพระ : พระพุทธรูปนาคปรก สําริด ศิลปะเชียงแสน อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ขนาด : หน้าตัก ๘ นิ้ว ความสูง ๒๑ นิ้ว
พระพุทธรูปสมาธิ สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์สาม
ชื่อพระ : พระพุทธรูปสมาธิ สําริด ศิลปะเชียงแสน สิงห์สาม อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ขนาด : หน้าตัก ๘ นิ้ว ความสูง ๑๗ นิ้ว
พระพุทธยืนห่มคลุม สําริด ศิลปะอินเดีย สมัยคุปตะ
ชื่อพระ : พระพุทธยืนห่มคลุม สําริด ศิลปะอินเดีย สมัยคุปตะ อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ขนาด : ความสูง ๙๓ เซนติเมตร
พระพุทธรูปวิตรรกมุทรา สําริด ศิลปะทวารวดี ตอนปลาย
ชื่อพระ : พระพุทธรูปวิตรรกมุทรา สําริด ศิลปะทวารวดี ตอนปลาย อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ขนาด : ความสูง ๙๓ เซนติเมตร
พระพุทธรูปประทานพร สําริด ศิลปะล้านนา
ชื่อพระ : พระพุทธรูปประทานพร สําริด ศิลปะล้านนา อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ขนาด : ความสูง ๕๘ เซนติเมตร
พระพุทธรูปหินทราย ศิลปะบายน
ชื่อพระ : พระพุทธรูปหินทราย ศิลปะบายน อายุ : ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ขนาด : ความสูง ๗๑ เซนติเมตร
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี (หรือพระโลเกศวร)
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี (หรือพระโลเกศวร) ในศิลปะลพบุรี (ได้รับอิทธิพลจากศิลปะเขมรโบราณ บายน หรือนครวัด - พระเศียรเรียงซ้อน: มีการแสดงพระเศียรซ้อนกันขึ้นไปหลายชั้น (ตามคติเอกาทศมุข หรือพระโพธิสัตว์ผู้มีหลายพระเศียรหลายพระกร) เพื่อแสดงถึงคว
พระพุทธรูป ภ.ป.ร. ปางประทานพร วัดบวรนิเวศวิหาร
พระพุทธรูป ภ.ป.ร. ปางประทานพร วัดบวรนิเวศวิหาร สร้างขึ้นในวาระสำคัญโดยมีพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ประดิษฐานอยู่ที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์ - เป็นพระพุทธรูปบูชาศิลปะงดงามจำลองจากพระพุทธรูปสำคัญของวัดบวรนิเวศวิหาร - ลักษณะพระเกตุมาลาเป็นทรงเทริด
พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางห้ามสมุทร
พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางห้ามสมุทร (ศิลปะอยุธยาตอนปลาย หรือยุคทรงเครื่องจักรพรรดิ) - ประทับยืนบนฐานบัว สวมเทริด กรองศอ และเครื่องทรงอย่างกษัตริย์ - ยกพระหัตถ์ขวา (หรือทั้งสองข้าง) ขึ้นเสมอพระอุระทำปางอภัยทานหรือห้ามสมุทร
พระพุทธรูปปางห้ามญาติหรือปางประทานพร
พระพุทธรูปปางห้ามญาติหรือปางประทานพร พระพุทธรูปยืนทรงเครื่อง ศิลปะอยุธยา พุทธศิลป์ : เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อยหรือทรงเครื่องใหญ่ สวมมงกุฎและเครื่องอลังการตามแบบกษัตริย์ ลักษณะ: พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถยืน ยกพระหัตถ์ขึ้นแสดงปางประทานพรหรือห
พระพุทธรูปยืนศิลปะพม่าสกุลช่างมัณฑะเลย์ (Antique Burmese Mandalay Standing Buddha)
พระพุทธรูปยืนศิลปะพม่าสกุลช่างมัณฑะเลย์ (Antique Burmese Mandalay Standing Buddha) แกะสลักจากไม้ลงรักปิดทอง ซึ่งนิยมสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ลักษณะสำคัญ พุทธศิลป์และเครื่องทรง: พระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบทประทับยืนบนฐานดอกบัว ทรง
พระพุทธรูปทรงเครื่อง ศิลปะอยุธยา
พระพุทธรูปทรงเครื่อง ศิลปะอยุธยา (ประทับยืนปางห้ามสมุทรหรือห้ามญาติ ทรงเครื่องกษัตริย์/มหาจักรพรรดิ) พุทธศิลป์และลักษณะเด่น: เป็นพระพุทธรูปยืนทรงเครื่องใหญ่ (กษัตริยาธิราช) สวมเทริดหรือชฎา กรองศอ พาหุรัด และเครื่องทรงอย่างกษัตริย์ งดงามตามแบบสกุลช่
พระพุทธรูปปางสมาธิแกะสลัก
พระพุทธรูปปางสมาธิแกะสลัก ลักษณะงานประติมากรรม: เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระพักตร์ทรงขรึมและสงบ แกะสลักอยู่ภายในโพรงหรือร่องเว้าตามธรรมชาติของเนื้อไม้เก่าแก่ องค์ประกอบรอบด้าน: เนื้อไม้ด้านนอกคงผิวสัมผัสและลวดลายเสี้ยนไม้ตามกาลเวลา มีก
พระพุทธรูปยืนทรงเครื่อง หรือพระยืนปางห้ามญาติ/ปางห้ามสมุทร
พระพุทธรูปยืนทรงเครื่อง หรือพระยืนปางห้ามญาติ/ปางห้ามสมุทร ศิลปะโบราณ เนื้อทองเหลืองหรือสัมฤทธิ์เก่า ตั้งอยู่บนฐานบัวห้าชั้น ลักษณะพุทธศิลป์แสดงพระเนตรเปิด พระพักตร์ยิ้มแย้ม และยกพระหัตถ์ขวาขึ้นเสมอพระอุระ (อก) ในท่าประทานอภัยหรือห้ามญาติ นิยมบ
รูปปั้นแกะสลักลอยตัวในท่าร่ายรำหรือฟ้อนรำ ศิลปะแบบดั้งเดิมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ลักษณะคล้ายศิลปะพม่าหรือศิลปะพื้นบ้านโบราณ)
รูปปั้นแกะสลักลอยตัวในท่าร่ายรำหรือฟ้อนรำ ศิลปะแบบดั้งเดิมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ลักษณะคล้ายศิลปะพม่าหรือศิลปะพื้นบ้านโบราณ) ที่มีความอ่อนช้อยและลวดลายเครื่องแต่งกายประณีต ลักษณะท่าทาง: รูปปั้นอยู่ในท่าร่ายรำยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ลำตัวเอียงอ่อนช
พระพุทธรูปปางห้ามญาติ (หรือปางห้ามสมุทร)
พระพุทธรูปปางห้ามญาติ (หรือปางห้ามสมุทร) ศิลปะโบราณของไทย ซึ่งมีลักษณะพุทธศิลป์สำคัญดังนี้ครับ ลักษณะทางพุทธศิลป์ พระอิริยาบถ: ประทับยืนยกพระหัตถ์ขวาหรือทั้งสองพระหัตถ์ยื่นออกไปข้างหน้าในท่าทรงยกห้าม พระพักตร์และเครื่องทรง: พระพักตร์มีความข
พระพุทธรูปไม้แกะสลักศิลปะพม่า (ทรงเครื่องกษัตริย์แบบมัณฑะเลย์)
พระพุทธรูปไม้แกะสลักศิลปะพม่า (ทรงเครื่องกษัตริย์แบบมัณฑะเลย์) ลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ทรงเครื่องประดับแบบกษัตริย์ แกะสลักจากเนื้อไม้ ทาสีและปิดทองตกแต่งลวดลายอย่างประณีตงดงาม สวมชฎาหรือมงกุฎและเครื่องทรงตามพุทธศิลป์พม่าโบราณ
พระพุทธรูปยืนทรงเครื่อง ปางห้ามสมุทรหรือปางห้ามญาติ ศิลปะแบบอยุธยา
พระพุทธรูปยืนทรงเครื่อง ปางห้ามสมุทรหรือปางห้ามญาติ ศิลปะแบบอยุธยา ลักษณะพุทธศิลป์ทรงเครื่องแบบกษัตริย์ (มหาจักรพรรดิ) สวมเทริดหรือชฎา กรองศอ ทับทรวง และพาหุรัดอย่างงดงาม ตั้งประดิษฐานบนฐานรองรับทรงกลมหลายชั้น ล้อมรอบด้วยตราสัญลักษณ์ของหอพุทธศิลป
พระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทรทรงเครื่องหรือศิลปะโบราณตั้งบนฐานบัวแกะสลัก
พระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทรทรงเครื่องหรือศิลปะโบราณตั้งบนฐานบัวแกะสลัก ลักษณะพุทธศิลป์: เป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ยืนยกพระหัตถ์ทั้งสองข้างเสมอพระอุระ (อก) วัสดุและฐาน: องค์พระเนื้อโลหะหรือไม้แกะปิดทองเก่า ตั้งอยู่บนฐานทรงกลมเล่นระดับศิลปะโบราณ
พระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่า
พระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะพม่า แกะสลักจากไม้ทรงเครื่องมหาจักรพรรดิ ประทับยืนบนฐานดอกบัว ลักษณะพุทธศิลป์สวมชฎายอดแหลมและเครื่องทรงกษัตริย์ตามแบบศิลปะพม่าโบราณ (เช่น ยุคพุกามหรือยุคหลังพุกาม) พระหัตถ์อยู่ในท่าแสดงปางอภัยทานหรือประทานพร นิยมสร้างขึ้
พระบูชานาคปรก ภ.ปร. วัดดอนศาลา (ศิลปะแบบลพบุรีหรือขอมโบราณ)
พระบูชานาคปรก ภ.ปร. วัดดอนศาลา(ศิลปะแบบลพบุรีหรือขอมโบราณ) ซึ่งจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก ประทับนั่งบนขนดนาคซ้อนกันหลายชั้นด้านหลังมีพญานาค 7 เศียรแผ่พังพานปกป้อง องค์พระลักษณะศิลปะมีความงดงามเข้มขลังตามแบบฉบับพระพุทธร
พระพุทธรูปทรงเครื่อง (พระภิกษุณี / พระทรงเครื่องมหาจักรพรรดิ)
พระพุทธรูปทรงเครื่อง (พระภิกษุณี / พระทรงเครื่องมหาจักรพรรดิ) ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ (ยุครัตนะตอนต้น) เนื้อสัมฤทธิ์ลงรักปิดทอง
พระพุทธรูปทรงเครื่องมหาจักรพรรดิ (ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น)
พระพุทธรูปทรงเครื่องมหาจักรพรรดิ (ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น) - เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องกษัตริย์ (ทรงเครื่องจักรพรรดิ) สวมเทริด กรองศอ ทับทรวง และพาหุรัดอย่างวิจิตรงดงาม - ลักษณะเนื้อและฐาน: องค์พระหล่อด้วยเนื้อโลหะผสม (รักและปิดทองเก่า)
เทวรูปพระนารายณ์ทรงโค
เทวรูปพระนารายณ์ทรงโค (หรือที่นิยมเรียกในคติไทยว่าท้าวผกาพรหมทรงโคอุสุภราช) ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ลงรักปิดทอง เนื้อสำริด
พระชินราชใบเสมา ( หน้า )
พระชินราชใบเสมา เป็นพระที่กำเนิดที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดใหญ่ เป็นพระศิลปะแบบอู่ทองยุคต้น สันนิษฐานว่าผู้ที่สร้างคือ “พระมหาธรรมราชาลิไท” พระมหากษัตริย์ของกรุงสุโขทัยเมื่อครั้งครองเมืองพิษณุโลก
พระพุทธรูปบูชาสมัยรัตนโกสินทร์ (พระรัตนะ) ปางมารวิชัย ทรงเครื่อง ลงรักปิดทอง
พระพุทธรูปบูชาสมัยรัตนโกสินทร์ (พระรัตนะ) ปางมารวิชัย ทรงเครื่อง ลงรักปิดทอง บนฐานบัวย่อมุมหรือฐานเขียงแบบโบราณ เอกลักษณ์ศิลปะไทยยุครัตนโกสินทร์
พระชินราชใบเสมา ( หลัง )
พระชินราชใบเสมา เป็นพระที่กำเนิดที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดใหญ่ เป็นพระศิลปะแบบอู่ทองยุคต้น สันนิษฐานว่าผู้ที่สร้างคือ “พระมหาธรรมราชาลิไท” พระมหากษัตริย์ของกรุงสุโขทัยเมื่อครั้งครองเมืองพิษณุโลก
พระพุทธรูปทรงเครื่อง (พระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องกษัตริย์) ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์
พระพุทธรูปทรงเครื่อง (พระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องกษัตริย์) ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ พุทธลักษณะ: เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย (หรือปางสะดุ้งมาร) เครื่องทรง: ทรงเครื่องแบบกษัตริย์ตามคติพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ สวมชฎາ (มงกุฎ) กรองศอ
เหรียญกลมใหญ่พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ( หน้า )
เหรียญกลมใหญ่พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ (วัดสวนขัน / วัดจันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช) สร้างราวปี พ.ศ. 2505–2506 เป็นเหรียญยอดนิยม เนื้ออัลปาก้า ด้านหลังมักเป็นรูปพระเจดีย์ สร้างเป็นที่ระลึกในงานสรงน้ำหรือสร้างเจดีย์
เหรียญกลมใหญ่พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ( หลัง )
เหรียญกลมใหญ่พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ (วัดสวนขัน / วัดจันดี จังหวัดนครศรีธรรมราช) สร้างราวปี พ.ศ. 2505–2506 เป็นเหรียญยอดนิยม เนื้ออัลปาก้า ด้านหลังมักเป็นรูปพระเจดีย์ สร้างเป็นที่ระลึกในงานสรงน้ำหรือสร้างเจดีย์
เหรียญหล่อโบราณพระพุทธใบสาเก หลวงภ่อบ่าย วัดช่องลม
เหรียญหล่อโบราณพระพุทธใบสาเก หลวงภ่อบ่าย วัดช่องลม จ.สมุทรสงคราม 2460
เหรียญหล่อโบราณพระพุทธใบสาเก หลวงภ่อบ่าย วัดช่องลม
เหรียญหล่อโบราณพระพุทธใบสาเก หลวงภ่อบ่าย วัดช่องลม จ.สมุทรสงคราม 2460
เหรียญขวัญถุง หลวงพ่อเงิน
เป็นวัตถุมงคลยอดนิยม จัดสร้างโดยพระอาจารย์เปรื่อง เจ้าอาวาสในขณะนั้น มีพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ แบ่งเป็นกะไหล่ทองและกะไหล่เงินอย่างละ 5,000 เหรียญ
เหรียญขวัญถุง หลวงพ่อเงิน
เป็นวัตถุมงคลยอดนิยม จัดสร้างโดยพระอาจารย์เปรื่อง เจ้าอาวาสในขณะนั้น มีพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ แบ่งเป็นกะไหล่ทองและกะไหล่เงินอย่างละ 5,000 เหรียญ
เหรียญพระแก้วมรกต 2475
เหรียญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก้วมรกต ปี พ.ศ.2475 ซึ่งเป็นเหรียญที่สร้างในคราวฉลองกรุงเทพมหานครครบ 150 ปี ใน ปี พ.ศ.2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
เหรียญพระแก้วมรกต 2475
เหรียญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก้วมรกต ปี พ.ศ.2475 ซึ่งเป็นเหรียญที่สร้างในคราวฉลองกรุงเทพมหานครครบ 150 ปี ใน ปี พ.ศ.2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
พระหลวงพ่อแขก กรุวัดปืน จังหวัดลพบุรี
พระหลวงพ่อแขก กรุวัดปืน จังหวัดลพบุรี เป็นพระเครื่องเนื้อชินเงินโบราณ ศิลปะขอมแบบบายน ไม่ใช่พระเกจิอาจารย์ ขุดพบจากกรุวัดปืน พร้อมกับพระเครื่องชื่อดังอื่นๆ เช่น พระนาคปรก และพระหูยาน
พระหลวงพ่อแขก กรุวัดปืน จังหวัดลพบุรี
พระหลวงพ่อแขก กรุวัดปืน จังหวัดลพบุรี เป็นพระเครื่องเนื้อชินเงินโบราณ ศิลปะขอมแบบบายน ไม่ใช่พระเกจิอาจารย์ ขุดพบจากกรุวัดปืน พร้อมกับพระเครื่องชื่อดังอื่นๆ เช่น พระนาคปรก และพระหูยาน
หลวงพ่อฉาย
เหรียญรุ่นแรกของ พระญาณไตรโลก (ฉาย คังคสุวัณโณ) หรือ หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2479 เพื่อแจกในงานฉลองอายุครบ 80 ปีและเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นเหรียญทรงใบเสมา
หลวงพ่อฉาย
เหรียญรุ่นแรกของ พระญาณไตรโลก (ฉาย คังคสุวัณโณ) หรือ หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2479 เพื่อแจกในงานฉลองอายุครบ 80 ปีและเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นเหรียญทรงใบเสมา
เหรียญหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง
เหรียญหลวงปู่สุข ธัมมโชโต วัดโพธิ์ทรายทอง จังหวัดบุรีรัมย์ รุ่นแรก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 ในวาระที่หลวงปู่มีอายุครบ 7 รอบ (84 ปี)
เหรียญหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง
เหรียญหลวงปู่สุข ธัมมโชโต วัดโพธิ์ทรายทอง จังหวัดบุรีรัมย์ รุ่นแรก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 ในวาระที่หลวงปู่มีอายุครบ 7 รอบ (84 ปี)
เหรียญหลวงพ่อวัดเขาตะเครา
เหรียญหลวงพ่อวัดเขาตะเครา (หลวงพ่อทอง) จังหวัดเพชรบุรี มีประวัติการสร้างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2465 เป็นต้นมา โดยเหรียญหล่อโบราณรุ่นแรกปี 2465 และเหรียญปั๊มรุ่นปี 2468 ถือเป็นเหรียญยอดนิยมระดับตำนาน สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและแจกให้ผู้ร่วมทำบุญ
เหรียญหลวงพ่อวัดเขาตะเครา
เหรียญหลวงพ่อวัดเขาตะเครา (หลวงพ่อทอง) จังหวัดเพชรบุรี มีประวัติการสร้างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2465 เป็นต้นมา โดยเหรียญหล่อโบราณรุ่นแรกปี 2465 และเหรียญปั๊มรุ่นปี 2468 ถือเป็นเหรียญยอดนิยมระดับตำนาน สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและแจกให้ผู้ร่วมทำบุญ
หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พิมประภามณฑล
เป็นพระเครื่องเนื้อตะกั่วหรือทองแดงโบราณยอดนิยม สร้างโดย หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท เด่นด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม มีเอกลักษณ์คือองค์พระนั่งสมาธิอยู่ในซุมรัศมีหรือซุ้มประภามณฑลกลม
พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พิมพ์ประภามณฑล
ป็นพระเครื่องเนื้อตะกั่วหรือทองแดงโบราณยอดนิยม สร้างโดย หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท เด่นด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม มีเอกลักษณ์คือองค์พระนั่งสมาธิอยู่ในซุมรัศมีหรือซุ้มประภามณฑลกลม
พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พิมพ์ประภามณฑล
เป็นพระเครื่องเนื้อตะกั่วหรือทองแดงโบราณยอดนิยม สร้างโดย หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท เด่นด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม มีเอกลักษณ์คือองค์พระนั่งสมาธิอยู่ในซุมรัศมีหรือซุ้มประภามณฑลกลม
พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พิมพ์ประภามณฑล
เป็นพระเครื่องเนื้อตะกั่วหรือทองแดงโบราณยอดนิยม สร้างโดย หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท เด่นด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม มีเอกลักษณ์คือองค์พระนั่งสมาธิอยู่ในซุมรัศมีหรือซุ้มประภามณฑลกลม
รูปหล่อหลวงพ่อมุ่ย
รูปหล่อรุ่นแรกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2503 ในงานเสาร์ 5 ฉลองศาลาการเปรียญหลังเก่า โดยเป็นพระรูปหล่อแบบนี้มเนื้อโลหะทองเหลืองผสม จํานวนประมาณ 500 องค์ ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อนั่งสมาธิ ด้านล่างเขียนชื่อว่า “หลวงพ่อมุ่ย”
รูปหล่อหลวงพ่อมุ่ย
รูปหล่อรุ่นแรกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2503 ในงานเสาร์ 5 ฉลองศาลาการเปรียญหลังเก่า โดยเป็นพระรูปหล่อแบบนี้มเนื้อโลหะทองเหลืองผสม จํานวนประมาณ 500 องค์ ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อนั่งสมาธิ ด้านล่างเขียนชื่อว่า “หลวงพ่อมุ่ย”
พระบูชาปู่สิงห์สมิงพลาย (รุ่นแรก) หลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว วัดเขาแหลม จังหวัดสระแก้ว
พระบูชาปู่สิงห์สมิงพลาย (รุ่นแรก) หลวงปู่กาหลง เขี้ยวแก้ว วัดเขาแหลม จังหวัดสระแก้ว เป็นรูปหล่อบูชาพ่อปู่ฤาษีสิงห์สมิงพลาย นั่งบนโขดหิน มือถือไม้เท้าและมีเอกลักษณ์ตามตำรับเครื่องรางของขลังสายหลวงปู่กาหลง วัดเขาแหลม
เหรียญพระนิรันตราย
เหรียญพระพุทธ นิรันตราย วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ ทองแดง ปี พ.ศ 2488-2495
พ่อแก่ฤาษียุครัตนะ
พ่อปู่ฤาษี (ลักษณะคล้ายฤาษีเดินดงหรือฤาษีทรงเครื่องโบราณ) ยืนถือไม้เท้าบนฐานภูเขาจำลอง
เหรียญพระนิรันตราย
เหรียญพระพุทธ นิรันตราย วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ ทองแดง ปี พ.ศ 2488-2495
พระพุทธรูปโบราณศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์
พระพุทธรูปโบราณศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ (นิยมเรียกว่าพระรัตนโกสินทร์ หรือพระรัตนะยุคต้น) ปางมารวิชัย ทรงครองจีวรลายดอกพิกุลหรือจีวรดอก ประทับนั่งบนฐานหน้ากระดานหลายชั้น พุทธศิลป์: สมัยรัตนโกสินทร์ยุคต้น ฝีมือช่างหลวงหรือช่างราษฎร์ชั้นสูง ลักษณะองค์: พร
เหรียญหล่อโบราณพิมพ์พระปิดตา
วัตถุมงคลเนื้อโลหะผสมยุคเก่า ที่สร้างด้วยกรรมวิธีเทหล่อแบบโบราณ เช่น การหล่อแบบเบ้าประกบหรือเบ้าทุบ มีเอกลักษณ์คือรอยตะไบ และผิวเนื้อที่แห้งเก่าตามธรรมชาติ นิยมสร้างโดยพระเกจิอาจารย์ยุคเก่า เพื่อเน้นพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดปลอดภัย
พระบูชารัตนโกสินทร์ ปางไสยาสน์ (พระนอน)
พระบูชารัตนโกสินทร์ ปางไสยาสน์ (พระนอน) เนื้อโลหะผสมลงรักปิดทอง ศิลปะไทยยุครัตนโกสินทร์ พุทธศิลป์และลักษณะ: เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ (พระนอน) พุทธศิลป์แบบรัตนโกสินทร์ องค์พระประดับลวดลายจีวรหรือลวดลายไทยงดงาม ประทับนอนตะแคงขวาบนฐานบัวสลับลายกลีบและฐาน
เหรียญหล่อโบราณพิมพ์พระปิดตา
วัตถุมงคลเนื้อโลหะผสมยุคเก่า ที่สร้างด้วยกรรมวิธีเทหล่อแบบโบราณ เช่น การหล่อแบบเบ้าประกบหรือเบ้าทุบ มีเอกลักษณ์คือรอยตะไบ และผิวเนื้อที่แห้งเก่าตามธรรมชาติ นิยมสร้างโดยพระเกจิอาจารย์ยุคเก่า เพื่อเน้นพุทธคุณด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดปลอดภัย
พระพุทธรูปปางไสยาสน์ (พระนอน) ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์
พระพุทธรูปปางไสยาสน์ (พระนอน) ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศิลป์: เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ทรงนอนตะแคงขวา พระพักตร์สงบ พระวรกายประดับลวดลายงดงามตามแบบฉบับงานช่างหลวงหรือศิลปะรัตนโกสินทร์ยุคต้น ฐานรองรับ: ประทับอยู่บนฐานชุกชีหรือฐานบัวสลับลวดลายไทยโบราณ
พิมพ์ปางซ่อนหา หลวงพ่อทับ วัดอนงคาราม
เป็นพระเครื่องโบราณยอดนิยม สร้างด้วยโลหะเมฆสิทธิ์ที่เกิดจากการเล่นแร่แปรธาตุ มีพุทธคุณด้านหนุนดวงพลิกดวง
พระพุทธรูปโบราณประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระพักตร์รูปไข่ พระเนตรเปิดเล็กน้อย ทรงสวมรัศมีแบบเปลวเพลิง ประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหงายหลายชั้น
พระพุทธรูปโบราณประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระพักตร์รูปไข่ พระเนตรเปิดเล็กน้อย ทรงสวมรัศมีแบบเปลวเพลิง ประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหงายหลายชั้น ลักษณะพุทธศิลป์: ลักษณะโดยรวมมีความคล้ายคลึงหรืออาจจัดอยู่ในกลุ่มพระพุทธรูปศิลปะอยุธยาตอนปลายหรือศิลปะรัตนโกสินทร์ยุคต้น
พิมพ์ปางซ่อนหา หลวงพ่อทับ วัดอนงคาราม
เป็นพระเครื่องโบราณยอดนิยม สร้างด้วยโลหะเมฆสิทธิ์ที่เกิดจากการเล่นแร่แปรธาตุ มีพุทธคุณด้านหนุนดวงพลิกดวง
เทวรูปท้าวมหาพรหม (พระพรหมสี่หน้า)
เทวรูปท้าวมหาพรหม (พระพรหมสี่หน้า) ทรงประทับบนฐานบัวและแท่นฐานสี่เหลี่ยม ลักษณะประท็อบในท่านั่งห้อยพระบาท (หรือปางประทานพร/ประทับเสวยราชย์) พระพักตร์และพระวรกาย: มี 4 พระพักตร์ สวมชฎาเทริดอย่างไทย และมีหลายพระกร (มือ) ถือศาสตราวุธหรือสิ่งมงคลตามคติประ
เหรียญแป๊ะยิ้ม หลวงพ่อเต๋ คงทอง
ร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2519 เป็นเหรียญยุคปลายของท่าน ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อเต๋ยิ้มแย้ม มีพุทธคุณเด่นด้านเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี
เหรียญแป๊ะยิ้ม หลวงพ่อเต๋ คงทอง
ร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2519 เป็นเหรียญยุคปลายของท่าน ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อเต๋ยิ้มแย้ม มีพุทธคุณเด่นด้านเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี
เหรียญหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2518ผู้จัดสร้าง: มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ จังหวัดนครปฐม เพื่อหาทุนสนับสนุนมูลนิธิและงานล้างป่าช้าความพิเศษ: หลวงพ่อเงินท่านกำชับให้ใส่คำว่า "รุ่นสุดท้าย" ไว้บนเหรียญ เนื่องจากท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายแห่งสังขาร หลังจากปลุกเสกเสร็จไม่นาน
เหรียญหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2518ผู้จัดสร้าง: มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ จังหวัดนครปฐม เพื่อหาทุนสนับสนุนมูลนิธิและงานล้างป่าช้าความพิเศษ: หลวงพ่อเงินท่านกำชับให้ใส่คำว่า "รุ่นสุดท้าย" ไว้บนเหรียญ เนื่องจากท่านรู้ว่าใกล้ถึงวาระสุดท้ายแห่งสังขาร หลังจากปลุกเสกเสร็จไม่นาน
เหรียญแจกทานหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2515 โดยคณะกรรมการวัด เพื่อหารายได้สร้างศาลาการเปรียญ สาเหตุที่เรียกว่า "เหรียญแจกทาน" เพราะทางวัดนำเหรียญส่วนหนึ่งใส่ขันวางไว้หน้ากุฏิให้คนหยิบฟรี เป็นเหรียญยอดนิยมที่มีประสบการณ์สูงมาก
เหรียญแจกทานหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
ปี พ.ศ. 2515 โดยคณะกรรมการวัด เพื่อหารายได้สร้างศาลาการเปรียญ สาเหตุที่เรียกว่า "เหรียญแจกทาน" เพราะทางวัดนำเหรียญส่วนหนึ่งใส่ขันวางไว้หน้ากุฏิให้คนหยิบฟรี เป็นเหรียญยอดนิยมที่มีประสบการณ์สูงมาก
เหรียญแม่ทัพ หลวงพ่อแดง วัดเขาบรรไดอิฐ
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2511 โดย พลโท สำราญ แพทยกุล แม่ทัพภาคที่ 1 ในขณะนั้น เพื่อเป็นที่ระลึกในงานทำบุญอายุครบ 90 ปี และหาทุนทรัพย์บูรณะวัด เหรียญรุ่นนี้โด่งดังจากประสบการณ์ปืนแตก จนเป็นที่ยอมรับในด้านมหาอุตม์และคงกระพันชาตรี
เหรียญแม่ทัพ หลวงพ่อแดง วัดเขาบรรไดอิฐ
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2511 โดย พลโท สำราญ แพทยกุล แม่ทัพภาคที่ 1 ในขณะนั้น เพื่อเป็นที่ระลึกในงานทำบุญอายุครบ 90 ปี และหาทุนทรัพย์บูรณะวัด เหรียญรุ่นนี้โด่งดังจากประสบการณ์ปืนแตก จนเป็นที่ยอมรับในด้านมหาอุตม์และคงกระพันชาตรี
เหรียญหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู ลพบุรี
สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2478 เป็นเหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียวของท่าน จัดสร้างด้วยเนื้อทองแดง (บางเหรียญพบกะไหล่เงินหรือกะไหล่ทอง) เพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองศาลาการเปรียญ ได้รับการยกย่องเป็นเหรียญยอดนิยมและเหรียญประจำจังหวัดลพบุรี
เหรียญหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู ลพบุรี
สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2478 เป็นเหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียวของท่าน จัดสร้างด้วยเนื้อทองแดง (บางเหรียญพบกะไหล่เงินหรือกะไหล่ทอง) เพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองศาลาการเปรียญ ได้รับการยกย่องเป็นเหรียญยอดนิยมและเหรียญประจำจังหวัดลพบุรี
เหรียญหล่อโบราณ พิมพ์ซุ้มกอ เจ้าคุณโพธิ์
เหรียญหล่อโบราณ พิมพ์ซุ้มกอ หรือที่เรียกกันว่า "เหรียญเจ้าสัวน้อย" ของท่านเจ้าคุณโพธิ์ วัดชัยพฤกษ์มาลา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ สร้างขึ้นราวช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6 (ประมาณปี พ.ศ. 2454) เป็นพระเนื้อโลหะผสมหรือเนื้อสำริดโบราณที่มีความเก่าแก่และหายากยิ่ง
เหรียญหล่อโบราณ พิมพ์ซุ้มกอ เจ้าคุณโพธิ์
เหรียญหล่อโบราณ พิมพ์ซุ้มกอ หรือที่เรียกกันว่า "เหรียญเจ้าสัวน้อย" ของท่านเจ้าคุณโพธิ์ วัดชัยพฤกษ์มาลา เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ สร้างขึ้นราวช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6 (ประมาณปี พ.ศ. 2454) เป็นพระเนื้อโลหะผสมหรือเนื้อสำริดโบราณที่มีความเก่าแก่และหายากยิ่ง
เหรียญเสมาธรรมจักร ท่านพ่อลี วัดอโศการาม
สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2503 เพื่อเป็นที่ระลึกในงานผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ แม้ว่าท่านพ่อลีจะมรณภาพไปก่อนในปี พ.ศ. 2504 แต่เหรียญรุ่นนี้ถือเป็นเหรียญยอดนิยมที่มีความงดงามและทรงคุณค่าอย่างมากในสายพระกรรมฐาน
เหรียญเสมาธรรมจักร ท่านพ่อลี วัดอโศการาม
สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2503 เพื่อเป็นที่ระลึกในงานผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ แม้ว่าท่านพ่อลีจะมรณภาพไปก่อนในปี พ.ศ. 2504 แต่เหรียญรุ่นนี้ถือเป็นเหรียญยอดนิยมที่มีความงดงามและทรงคุณค่าอย่างมากในสายพระกรรมฐาน
พระมเหศวร
ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2456 จากกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ มีเอกลักษณ์คือเป็นพระสองหน้าสวนทางกัน และจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุนพลเนื้อชินอันทรงคุณค่า
พระมเหศวร
ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2456 จากกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ มีเอกลักษณ์คือเป็นพระสองหน้าสวนทางกัน และจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุนพลเนื้อชินอันทรงคุณค่า
เหรียญลูกท้อ ไต้ฮงกงโจวซือ รุ่นแรก
ออกโดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีลักษณะเป็นรูปทรงยาวรีคล้ายผลลูกท้อจีน (ซิ่วท้อ) สื่อถึงผลไม้ทิพย์แห่งสวรรค์และความยั่งยืน มีเนื้อทองแดงและเนื้อเงิน จัดพิธีพุทธาภิเษกทั้งฝ่ายหินยานและมหายานเพื่อแจกจ่ายแก่สาธุชน
เหรียญลูกท้อ ไต้ฮงกงโจวซือ
เป็นเหรียญยอดนิยมอันดับหนึ่ง ออกโดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีลักษณะเป็นรูปทรงยาวรีคล้ายผลลูกท้อจีน (ซิ่วท้อ) สื่อถึงผลไม้ทิพย์แห่งสวรรค์และความยั่งยืน มีเนื้อทองแดงและเนื้อเงิน จัดพิธีพุทธาภิเษกทั้งฝ่ายหินยานและมหายานเพื่อแจกจ่ายแก่สาธุชน
เหรียญหลวงพ่อแดงวัดเขาบรรได้อิฐ
สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2503 เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูญาณวิลาศ
เหรียญหลวงพ่อแดงวัดเขาบรรได้อิฐ
สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2503 เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสที่ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูญาณวิลาศ
เหรียญหล่อพิมพ์พระโมคคัลานะ พระสารีบุตร วัดบางพัง
เป็นวัตถุมงคลที่สร้างโดย หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จัดสร้างขึ้นในช่วงประมาณ พ.ศ. 2484–2485 ในช่วงยุคสงครามอินโดจีน
เหรียญหล่อพิมพ์พระโมคคัลานะ พระสารีบุตร วัดบางพัง
เป็นวัตถุมงคลที่สร้างโดย หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จัดสร้างขึ้นในช่วงประมาณ พ.ศ. 2484–2485 ในช่วงยุคสงครามอินโดจีน
เหรียญใบสาเก สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดเขาบางทราย
เป็นเหรียญพระเกจิยอดนิยม มีการสร้างหลายวาระ ที่สำคัญคือปี พ.ศ. 2485 และปี พ.ศ. 2513 ซึ่งได้รับการปลุกเสกจากพระเกจิผู้ทรงคุณวิเศษอย่างท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมານิต (เจ้าคุณนรฯ) วัดเทพศิรินทร์
เหรียญใบสาเก สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดเขาบางทราย
เป็นเหรียญพระเกจิยอดนิยม มีการสร้างหลายวาระ ที่สำคัญคือปี พ.ศ. 2485 และปี พ.ศ. 2513 ซึ่งได้รับการปลุกเสกจากพระเกจิผู้ทรงคุณวิเศษอย่างท่านเจ้าคุณนรรัตน์ราชมານิต (เจ้าคุณนรฯ) วัดเทพศิรินทร์
เหรียญเลื่อนสมศักดิ์ หลวงปู่ทวด
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 โดยพระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) ในโอกาสที่ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโทพัดขาว ฝ่ายวิปัสสนา
เหรียญเลื่อนสมศักดิ์ หลวงปู่ทวด
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 โดยพระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) ในโอกาสที่ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโทพัดขาว ฝ่ายวิปัสสนา
พระพุทธชินราช พิมพ์เข่าจม
หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม สร้างขึ้นครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2480 เพื่อแจกแก่ผู้ร่วมทำบุญสร้างอุโบสถ ลักษณะองค์พระแลดูแบนราบเสมอกับพื้นเหรียญเพราะแกะพิมพ์แบบนูนต่ำ จึงเรียกว่า "พิมพ์เข่าจม
พระพุทธชินราช พิมพ์เข่าจม
หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม สร้างขึ้นครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2480 เพื่อแจกแก่ผู้ร่วมทำบุญสร้างอุโบสถ ลักษณะองค์พระแลดูแบนราบเสมอกับพื้นเหรียญเพราะแกะพิมพ์แบบนูนต่ำ จึงเรียกว่า "พิมพ์เข่าจม
เหรียญเสมาเล็กหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
รุ่นที่นิยมและมีประสบการณ์สูงคือปี พ.ศ. 2507 และปี พ.ศ. 2506 ส่วนปี พ.ศ. 2516 หลวงพ่อเงินและหลวงพ่อแช่มร่วมกันปลุกเสกวัตถุประสงค์: สร้างแจกญาติโยมและผู้ร่วมทำบุญพัฒนาวัด
เหรียญเสมาเล็กหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
รุ่นที่นิยมและมีประสบการณ์สูงคือปี พ.ศ. 2507 และปี พ.ศ. 2506 ส่วนปี พ.ศ. 2516 หลวงพ่อเงินและหลวงพ่อแช่มร่วมกันปลุกเสกวัตถุประสงค์: สร้างแจกญาติโยมและผู้ร่วมทำบุญพัฒนาวัด
เหรียญเลื่อสมศักดิ์ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 โดยพระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) ในโอกาสที่ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโทพัดขาว ฝ่ายวิปัสสนา
เหรียญเลื่อสมศักดิ์ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 โดยพระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) ในโอกาสที่ท่านได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโทพัดขาว ฝ่ายวิปัสสนา
เหรียญหยดน้ำ หลวงปู่ทิม
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2518 โดยมีจำนวนสร้างน้อยมากเพียง 5,000 เหรียญ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง ได้อธิษฐานจิตปลุกเสกขณะอาพาธอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อแจกให้แพทย์ พยาบาล และลูกศิษย์ใกล้ชิด
เหรียญหยดน้ำ หลวงปู่ทิม
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2518 โดยมีจำนวนสร้างน้อยมากเพียง 5,000 เหรียญ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง ได้อธิษฐานจิตปลุกเสกขณะอาพาธอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อแจกให้แพทย์ พยาบาล และลูกศิษย์ใกล้ชิด
เหรียญอภาสีอาร์มหลวงพ่อโอ
จัดสร้างขึ้นที่อาศรมบางมด (วัดพุทธบูชา) กรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในเหรียญยอดนิยมและหายาก มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และแคล้วคลาดปลอดภัย เด่นเรื่องเตโชกสิณและการบูชาไฟ
เหรียญอภาสีอาร์มหลวงพ่อโอ
จัดสร้างขึ้นที่อาศรมบางมด (วัดพุทธบูชา) กรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในเหรียญยอดนิยมและหายาก มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และแคล้วคลาดปลอดภัย เด่นเรื่องเตโชกสิณและการบูชาไฟ
เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก
สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2483 โดยคณะศิษย์ขออนุญาตจัดสร้างเพื่อแจกคุ้มครองภัยในยุคสงคราม มีเนื้อเงินและเนื้อทองแดง
เหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก
สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2483 โดยคณะศิษย์ขออนุญาตจัดสร้างเพื่อแจกคุ้มครองภัยในยุคสงคราม มีเนื้อเงินและเนื้อทองแดง
เหรียญหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
ประดิษฐาน ณ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทรสงคราม เหรียญรุ่นแรกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2460 มีพระเกจิยุคโบราณชื่อดังแห่งลุ่มน้ำแม่กลองร่วมปลุกเสกมากมาย
เหรียญหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
ประดิษฐาน ณ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทรสงคราม เหรียญรุ่นแรกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2460 มีพระเกจิยุคโบราณชื่อดังแห่งลุ่มน้ำแม่กลองร่วมปลุกเสกมากมาย
เหรียญหลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม
เหรียญรุ่นแรก สร้างปี 2465 สร้างแจกในโอกาสทำบุญฉลองมณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช ซึ่งเหรียญรุ่นนี้ถือเป็นเหรียญยอดนิยมของวงการ สำหรับเหรียญรุ่นปี พ.ศ. 2467 เป็นเหรียญตาย สร้างพร้อมกับรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริง เพื่อประดิษฐานในมณฑป
เหรียญหลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม
เหรียญรุ่นแรก สร้างปี 2465 สร้างแจกในโอกาสทำบุญฉลองมณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช ซึ่งเหรียญรุ่นนี้ถือเป็นเหรียญยอดนิยมของวงการ สำหรับเหรียญรุ่นปี พ.ศ. 2467 เป็นเหรียญตาย สร้างพร้อมกับรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริง เพื่อประดิษฐานในมณฑป
เหรียญตาชั่งหลวงพ่อลี วัดอโศการาม
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2503 เพื่อเป็นที่ระลึกใน งานผูกพัทธสีมา ของวัด
เหรียญตาชั่งหลวงพ่อลี วัดอโศการาม
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2503 เพื่อเป็นที่ระลึกใน งานผูกพัทธสีมา ของวัด
เหรียญหลวงพ่อพวง วัดหนองกระโดน
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2470 เพื่อแจกให้ผู้ร่วมทำบุญสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ ถือเป็นเหรียญยอดนิยมและหายากของเมืองปากน้ำโพ มีพุทธคุณเด่นด้านมหาอุดและคงกระพันชาตรี
เหรียญหลวงพ่อพวง วัดหนองกระโดน
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2470 เพื่อแจกให้ผู้ร่วมทำบุญสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ ถือเป็นเหรียญยอดนิยมและหายากของเมืองปากน้ำโพ มีพุทธคุณเด่นด้านมหาอุดและคงกระพันชาตรี
เหรียญเสมาหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2493 เป็นเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกของท่าน มีลักษณะทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือทรงเสมา ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อเงินครึ่งองค์ ด้านหลังเป็นอักขระยันต์ มีด้วยกันหลายเนื้อเช่นเนื้อทองแดงรมดำ
เหรียญเสมาหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2493 เป็นเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกของท่าน มีลักษณะทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือทรงเสมา ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อเงินครึ่งองค์ ด้านหลังเป็นอักขระยันต์ มีด้วยกันหลายเนื้อเช่นเนื้อทองแดงรมดำ
เหรียญหล่อเสมาหลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว
สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2508 เป็นเหรียญหล่อโบราณเนื้อโลหะผสมที่มีจำนวนการสร้างน้อยมาก หายาก
เหรียญหล่อเสมาหลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว
สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2508 เป็นเหรียญหล่อโบราณเนื้อโลหะผสมที่มีจำนวนการสร้างน้อยมาก หายาก
เหรียญนั่งพาน หลวงปู่ทิม
เหรียญนั่งพาน หรือ เหรียญสมเด็จ ณ ศรีราชา หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จ.ระยอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2518 ในโอกาสอายุครบ 8 รอบ (96 ปี) เพื่อหาเงินรายได้มอบให้ โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา ซึ่งเป็นที่พักรักษาตัวในวาระสุดท้ายของท่าน นับเป็นเหรียญปั๊มรุ่นสุดท้าย
เหรียญนั่งพาน หลวงปู่ทิม
เหรียญนั่งพาน หรือ เหรียญสมเด็จ ณ ศรีราชา หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จ.ระยอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2518 ในโอกาสอายุครบ 8 รอบ (96 ปี) เพื่อหาเงินรายได้มอบให้ โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา ซึ่งเป็นที่พักรักษาตัวในวาระสุดท้ายของท่าน นับเป็นเหรียญปั๊มรุ่นสุดท้าย
เหรียญปิดตาพังพระกาฬ
สร้างขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ. 2530 โดยมี พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล เป็นผู้ดำเนินการสร้าง มีตำนานเล่าว่าได้ต้นแบบพระโบราณจากชาวประมงที่ลากอวนพบในทะเล
เหรียญปิดตาพังพระกาฬ
สร้างขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ. 2530 โดยมี พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล เป็นผู้ดำเนินการสร้าง มีตำนานเล่าว่าได้ต้นแบบพระโบราณจากชาวประมงที่ลากอวนพบในทะเล
เหรียญพระนาคปรก หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
ป็นหนึ่งในวัตถุมงคลโบราณที่หายากและสร้างขึ้นพร้อมกับเหรียญเสมารุ่นแรกในปี พ.ศ. 2470 มีจำนวนการสร้างน้อยมาก
เหรียญพระนาคปรก หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
ป็นหนึ่งในวัตถุมงคลโบราณที่หายากและสร้างขึ้นพร้อมกับเหรียญเสมารุ่นแรกในปี พ.ศ. 2470 มีจำนวนการสร้างน้อยมาก
รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ ท่านเจ้าคุณศรี วัดสุทัศน์ฯ
สร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2490–2492 เพื่อป้องกันภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้าย โดยใช้กรรมวิธีเทหล่อโบราณแบบเบ้าประกบ ใต้ฐานแต่งด้วยตะไบหยาบ
รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณ ท่านเจ้าคุณศรี วัดสุทัศน์ฯ
สร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2490–2492 เพื่อป้องกันภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้าย โดยใช้กรรมวิธีเทหล่อโบราณแบบเบ้าประกบ ใต้ฐานแต่งด้วยตะไบหยาบ
พระร่วงนั่ง กรุช่างกล เนื้อชิน ลพบุรี
เป็นพระเครื่องศิลปะลพบุรีแท้ที่ขุดพบโดยบังเอิญเมื่อประมาณ พ.ศ. 2511 บริเวณพื้นที่ก่อสร้างของโรงเรียนช่างกลลพบุรี (ปัจจุบันคือ วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี) ซึ่งตั้งอยู่บนซากโบราณสถานเก่าแก่ในอดีตอย่าง "วัดละโว้"
พระร่วงนั่ง กรุช่างกล เนื้อชิน ลพบุรี
เป็นพระเครื่องศิลปะลพบุรีแท้ที่ขุดพบโดยบังเอิญเมื่อประมาณ พ.ศ. 2511 บริเวณพื้นที่ก่อสร้างของโรงเรียนช่างกลลพบุรี (ปัจจุบันคือ วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี) ซึ่งตั้งอยู่บนซากโบราณสถานเก่าแก่ในอดีตอย่าง "วัดละโว้"
เหรียญหูเชื่อมหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ 8 รอบ
สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ในงานฉลองอายุครบ 8 รอบ 96 ปี เพื่อหาทุนสร้างศาลาการเปรียญและพัฒนาวัด โดยมีคุณชินพร สุขสถิตย์ เป็นหัวหน้าคณะทำงานจัดสร้างในครั้งนั้น
เหรียญหูเชื่อมหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ 8 รอบ
สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2518 ในงานฉลองอายุครบ 8 รอบ 96 ปี เพื่อหาทุนสร้างศาลาการเปรียญและพัฒนาวัด โดยมีคุณชินพร สุขสถิตย์ เป็นหัวหน้าคณะทำงานจัดสร้างในครั้งนั้น
เหรียญห่วงเชื่อม หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่
สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2518 เนื่องในงานทำบุญฉลองอายุครบ 8 รอบ (96 ปี) ของหลวงปู่ทิม เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2518 เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ที่มีเอกลักษณ์คือมีห่วงเชื่อมติดกับตัวเหรียญ
เหรียญห่วงเชื่อม หลวงปู่ทิมวัดระหารไร่
สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2518 เนื่องในงานทำบุญฉลองอายุครบ 8 รอบ (96 ปี) ของหลวงปู่ทิม เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2518 เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ที่มีเอกลักษณ์คือมีห่วงเชื่อมติดกับตัวเหรียญ
เหรียญเลื่อนสมศักดิ์หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
หรียญเลื่อนสมณศักดิ์หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี พ.ศ. 2508 สร้างโดย พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) อดีตเจ้าอาวาส เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสรับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโทพัดขาว ฝ่ายวิปัสสนา
เหรียญเลื่อนสมศักดิ์หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
หรียญเลื่อนสมณศักดิ์หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี พ.ศ. 2508 สร้างโดย พระครูวิสัยโสภณ (อาจารย์ทิม) อดีตเจ้าอาวาส เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสรับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโทพัดขาว ฝ่ายวิปัสสนา
เหรียญเสมาหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ
เหรียญเสมาหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม (รุ่นแรก ปี พ.ศ. 2469) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเหรียญพระเกจิอาจารย์อันดับ 1 ของเมืองไทยที่ติดอยู่ในชุด เบญจภาคีเหรียญยอดนิยม สร้างขึ้นในคราวผูกพัทธสีมาและสร้างอุโบสถ
เหรียญเสมาหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ
เหรียญเสมาหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม (รุ่นแรก ปี พ.ศ. 2469) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเหรียญพระเกจิอาจารย์อันดับ 1 ของเมืองไทยที่ติดอยู่ในชุด เบญจภาคีเหรียญยอดนิยม สร้างขึ้นในคราวผูกพัทธสีมาและสร้างอุโบสถ
เหรียญพัดยศใหญ่ หลวงปู่โต๊ะ
จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2516 เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระที่หลวงปู่ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ "พระสังวรวิมลเถร"
เหรียญพัดยศใหญ่ หลวงปู่โต๊ะ
จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2516 เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระที่หลวงปู่ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ "พระสังวรวิมลเถร"
กุมารทอง หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม
กุมารทอง หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นเครื่องรางของขลังยอดนิยมที่มีชื่อเสียงอย่างมากในด้านเมตตามหานิยมและโชคลาภ ลักษณะเด่น: เป็นรูปจำลองกุมารทองนั่งบนฐาน ทรงผมมหาดไทย ผิวสีทอง และมีเอกลักษณ์ตามตำรับโบราณของวัดสามง่าม
นางกวักเนื้อดิน
นางกวักเนื้อดิน ลักษณะเด่น: เป็นประติมากรรมลอยตัวเนื้อดินหรือผงผสมมวลสารเก่า มีร่องรอยการปิดทองที่ฐานและการคาดผ้าสามสี แนวทางการศึกษา: วัตถุประเภทเครื่องรางและพระบูชาโบราณควรพิจารณาคราบความเก่า เนื้อดิน และศิลปะเชิงช่างเพื่อเทียบเคียงแหล่งกำเนิดหรือ
กุมารทอง เนื้อดินอาถรรพ์ หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม
กุมารทอง เนื้อดินอาถรรพ์ หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นเครื่องรางของขลังยอดนิยมระดับตำนานของไทย ลักษณะเด่น: เป็นกุมารทองโบราณพิมพ์ทรงเอกลักษณ์ เนื้อดินผสมมวลสารอาถรรพ์ สภาพเก่าแห้ง มีลวดลายอักขระหรือผ้าถุงปั๊มจมชัดเจนที่ฐานรองนั่ง
เหรียญ 5 รอบ หลวงพ่อเกษมเขมโก
หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง เป็นวัตถุมงคลยอดนิยมอันดับหนึ่ง สร้างจำนวน 5,000 เหรียญ ด้วยเนื้อทองแดงรมดำเท่านั้น หลังปลุกเสก
เหรียญ 5 รอบ หลวงพ่อเกษมเขมโก
หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง เป็นวัตถุมงคลยอดนิยมอันดับหนึ่ง สร้างจำนวน 5,000 เหรียญ ด้วยเนื้อทองแดงรมดำเท่านั้น หลังปลุกเสก
เหรียญพ่อท่านนุ้ย
วัดอัมพาราม (วัดม่วง) อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี รุ่นแรกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2479 (เมื่อท่านอายุครบ 78 ปี) เพื่อแจกให้แก่ผู้ร่วมทำบุญสร้างรูปเหมือนขนาดเท่าองค์จริง ถือเป็นหนึ่งในเหรียญปั๊มรูปเหมือนยอดนิยมและหายากระดับแถวหน้าของภาคใต้
เหรียญพ่อท่านนุ้ย
วัดอัมพาราม (วัดม่วง) อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี รุ่นแรกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2479 (เมื่อท่านอายุครบ 78 ปี) เพื่อแจกให้แก่ผู้ร่วมทำบุญสร้างรูปเหมือนขนาดเท่าองค์จริง ถือเป็นหนึ่งในเหรียญปั๊มรูปเหมือนยอดนิยมและหายากระดับแถวหน้าของภาคใต้
เหรียญเสมา หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ
พ.ศ. 2470 เนื้อทองแดง เป็นเหรียญปั๊มข้างกระบอก มีหูในตัว ถือเป็นหนึ่งในเหรียญยอดนิยมและหายากยิ่งของจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีหลวงพ่อเดิม (พระครูนิวาศธรรมขันธ์) เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว เป็นผู้ปลุกเสก
เหรียญเสมา หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ
พ.ศ. 2470 เนื้อทองแดง เป็นเหรียญปั๊มข้างกระบอก มีหูในตัว ถือเป็นหนึ่งในเหรียญยอดนิยมและหายากยิ่งของจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีหลวงพ่อเดิม (พระครูนิวาศธรรมขันธ์) เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว เป็นผู้ปลุกเสก
เหรียญพระพุทธหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย
พ.ศ. 2459 เพื่อหาทุนสร้างพระอุโบสถ เป็นเหรียญปั๊มเนื้อทองแดงรมดำ ด้านหน้าจำลองรูปพระพุทธและลายพวงมาลัย ด้านหลังจารึกอักขระขอมและฉายา "พรหมสโร" มีพุทธคุณเด่นด้านคงกระพันและแคล้วคลาด
เหรียญพระพุทธหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย
พ.ศ. 2459 เพื่อหาทุนสร้างพระอุโบสถ เป็นเหรียญปั๊มเนื้อทองแดงรมดำ ด้านหน้าจำลองรูปพระพุทธและลายพวงมาลัย ด้านหลังจารึกอักขระขอมและฉายา "พรหมสโร" มีพุทธคุณเด่นด้านคงกระพันและแคล้วคลาด
เหรียญแตงโมหลวงพ่อเกษม เขมโก
จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517 ณ สำนักสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง โดยมีเจตนาการสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองศาลเจ้าแม่สุชาดาครบรอบ 1 ปี เป็นเหรียญยอดนิยมที่มีประสบการณ์สูง และหลวงพ่อเกษมเมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกให้โดยตรง
เหรียญแตงโมหลวงพ่อเกษม เขมโก
จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517 ณ สำนักสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง โดยมีเจตนาการสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองศาลเจ้าแม่สุชาดาครบรอบ 1 ปี เป็นเหรียญยอดนิยมที่มีประสบการณ์สูง และหลวงพ่อเกษมเมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกให้โดยตรง
เหรียญเสมาหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2518 เพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองอายุครบ 8 รอบ (96 ปี) ของหลวงปู่ทิม ในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2518
เหรียญเสมาหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่
จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2518 เพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองอายุครบ 8 รอบ (96 ปี) ของหลวงปู่ทิม ในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2518
เหรียญแสตมป์องค์พ่อจตุคามรามเทพ รุ่นแรก
จัดสร้างขึ้นพร้อมกับพิธีเททองและปลุกเสกศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อหารายได้สมทบทุนในการก่อสร้างศาลหลักเมือง ภายใต้การนำของท่านขุนพันธ์รักษ์ราชเดช และคณะกรรมการจังหวัดในสมัยนั้น
เหรียญแสตมป์องค์พ่อจตุคามรามเทพ รุ่นแรก
จัดสร้างขึ้นพร้อมกับพิธีเททองและปลุกเสกศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อหารายได้สมทบทุนในการก่อสร้างศาลหลักเมือง ภายใต้การนำของท่านขุนพันธ์รักษ์ราชเดช และคณะกรรมการจังหวัดในสมัยนั้น
เหรียญหลวงพ่อคงวัดบางกะพร้อม
.ศ. 2484 (รุ่นแรก)ผู้สร้าง: พันเอก พระยาศรีสุรสงคราม สร้างถวายเพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อคงในวัย 77 ปีลักษณะเหรียญ: เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อคงครึ่งองค์ ด้านหลังเป็นยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้าขอบเหรียญ: แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักตามกระบวนการปั๊ม ค
เหรียญหลวงพ่อคงวัดบางกะพร้อม
.ศ. 2484 (รุ่นแรก)ผู้สร้าง: พันเอก พระยาศรีสุรสงคราม สร้างถวายเพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อคงในวัย 77 ปีลักษณะเหรียญ: เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อคงครึ่งองค์ ด้านหลังเป็นยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้าขอบเหรียญ: แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักตามกระบวนการปั๊ม ค
เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อพุก วัดพระยาทำ
เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อพุก วัดพระยาทำ (พระครูกบินทร์จริยาธิมุต) อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2482 ซึ่งเป็นปีที่ท่านมรณภาพ โดยจัดสร้างในวาระงานศพหรือหลังจากท่านมรณภาพแล้ว
เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อพุก วัดพระยาทำ
เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อพุก วัดพระยาทำ (พระครูกบินทร์จริยาธิมุต) อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2482 ซึ่งเป็นปีที่ท่านมรณภาพ โดยจัดสร้างในวาระงานศพหรือหลังจากท่านมรณภาพแล้ว
เหรียญรูปไข่หูเชื่อม หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเดิมนั่งสมาธิเต็มองค์บนอาสนะฐานบัว มีอักษรไทยระบุอายุและสมณศักดิ์ เช่น "อายุ ๘๒ พรรษา ๖ ธรรมขันธ์ พระครูนิวาศ หลวงพ่อเดิม"ด้านหลัง: เป็นอักขระยันต์และตัวหนังสือระบุสถานที่กับปีสร้าง "วัดหนองโพ พ.ศ. ๒๔๘๒"หูเหรียญ: ลักษณะเป็นหูเชื่อม โดย
เหรียญรูปไข่หูเชื่อม หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
เป็นรูปเหมือนหลวงพ่อเดิมนั่งสมาธิเต็มองค์บนอาสนะฐานบัว มีอักษรไทยระบุอายุและสมณศักดิ์ เช่น "อายุ ๘๒ พรรษา ๖ ธรรมขันธ์ พระครูนิวาศ หลวงพ่อเดิม"ด้านหลัง: เป็นอักขระยันต์และตัวหนังสือระบุสถานที่กับปีสร้าง "วัดหนองโพ พ.ศ. ๒๔๘๒"หูเหรียญ: ลักษณะเป็นหูเชื่อม โดย
ขุนแผน งาแกะ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่
ใต้ฐาน: มักแกะเป็นรูปกุมารทองนอนหงาย (ขุนแผนพรายกุมาร)ด้านหลัง: มักมีรอยจารลายมือด้วยอักขระคาถามหาเสน่ห์และเมตตาตามตำรับของหลวงพ่อมุ่ยอย่างเข้มขลัง
ขุนแผน งาแกะ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่
ใต้ฐาน: มักแกะเป็นรูปกุมารทองนอนหงาย (ขุนแผนพรายกุมาร)ด้านหลัง: มักมีรอยจารลายมือด้วยอักขระคาถามหาเสน่ห์และเมตตาตามตำรับของหลวงพ่อมุ่ยอย่างเข้มขลัง
ราหูอมจันทร์แกะจากกะลาตาเดียว วัดศีรษะทอง
ราหูอมจันทร์แกะจากกะลาตาเดียว วัดศีรษะทอง จังหวัดนครปฐม เป็นเครื่องรางยอดนิยมอันดับหนึ่งของไทย ที่สร้างขึ้นตามตำนานโบราณโดย หลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดศีรษะทอง ผู้สืบทอดวิชามาจากหลวงพ่อไตร
ราหูอมจันทร์แกะจากกะลาตาเดียว วัดศีรษะทอง
ราหูอมจันทร์แกะจากกะลาตาเดียว วัดศีรษะทอง จังหวัดนครปฐม เป็นเครื่องรางยอดนิยมอันดับหนึ่งของไทย ที่สร้างขึ้นตามตำนานโบราณโดย หลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดศีรษะทอง ผู้สืบทอดวิชามาจากหลวงพ่อไตร
นางกวักงาแกะ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว
นางกวักงาแกะ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเครื่องรางยอดนิยมที่มีเอกลักษณ์ด้านงานศิลป์ช่างโบราณ ทำจากงาช้างแท้แกะสลักด้วยมือทีละองค์
นางกวักงาแกะ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว
นางกวักงาแกะ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเครื่องรางยอดนิยมที่มีเอกลักษณ์ด้านงานศิลป์ช่างโบราณ ทำจากงาช้างแท้แกะสลักด้วยมือทีละองค์
แหวนหน้าพระพุทธ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก
สร้างขึ้นเป็นรุ่นแรก ถือเป็นแหวนยอดนิยมอันดับ 1 มีการสร้างหลายเนื้อ เช่น เนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อทองเค (หายากมาก สร้างน้อยเพียงไม่กี่วง)รุ่นสำคัญอื่นๆ: เช่น แหวนหน้าพระพุทธสี่เหลี่ยม เนื้อเงิน ปี 2530 (รุ่น 60 พรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9) สร้างจำนวน 4,00
แหวนหน้าพระพุทธ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก
สร้างขึ้นเป็นรุ่นแรก ถือเป็นแหวนยอดนิยมอันดับ 1 มีการสร้างหลายเนื้อ เช่น เนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อทองเค (หายากมาก สร้างน้อยเพียงไม่กี่วง)รุ่นสำคัญอื่นๆ: เช่น แหวนหน้าพระพุทธสี่เหลี่ยม เนื้อเงิน ปี 2530 (รุ่น 60 พรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9) สร้างจำนวน 4,00
เขี้ยวเสือแกะ หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน
เป็นรูปเสือนั่งชันเข่า มีทั้งแบบอ้าปากและหุบปาก รูปร่างอ้วนท้วน พุงยุ้ย ขาหน้าอวบใหญ่ลักษณะเด่น: ช่างแกะโดยใช้แมวเป็นต้นแบบ ทำให้ใบหน้าเสือมีความคล้ายหน้าแมวหรือหน้าหนู ดวงตาเป็นแบบ ตาลูกเต๋ารอยจาร: มักจะมีการลงอักขระยันต์ที่ตัวเสือ โดยยันต์สำคัญที่พบคือ
เขี้ยวเสือแกะ หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน
เป็นรูปเสือนั่งชันเข่า มีทั้งแบบอ้าปากและหุบปาก รูปร่างอ้วนท้วน พุงยุ้ย ขาหน้าอวบใหญ่ลักษณะเด่น: ช่างแกะโดยใช้แมวเป็นต้นแบบ ทำให้ใบหน้าเสือมีความคล้ายหน้าแมวหรือหน้าหนู ดวงตาเป็นแบบ ตาลูกเต๋ารอยจาร: มักจะมีการลงอักขระยันต์ที่ตัวเสือ โดยยันต์สำคัญที่พบGคือ
ตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
ยันต์โสฬส: ลงอักขระด้วยยันต์มหาโสฬสมงคล ซึ่งเป็นยันต์ชั้นสูงที่ครอบคลุมจักรวาล ทั้งพรหม เทวดา และมนุษย์
ตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
ยันต์โสฬส: ลงอักขระด้วยยันต์มหาโสฬสมงคล ซึ่งเป็นยันต์ชั้นสูงที่ครอบคลุมจักรวาล ทั้งพรหม เทวดา และมนุษย์
ตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
เป็นเครื่องรางที่หายากและมีความนิยมสูงสุด สร้างด้วยแผ่นตะกั่ว ถักด้วยเชือก ลงรัก หรือลงรักปิดทองอย่าง ทักษาความเข้มขลังตามตำราโบราณยันต์โสฬส: ลงอักขระด้วยยันต์มหาโสฬสมงคล ซึ่งเป็นยันต์ชั้นสูงที่ครอบคลุมจักรวาล ทั้งพรหม เทวดา และมนุษย์
ตะกรุดหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
เป็นเครื่องรางที่หายากและมีความนิยมสูงสุด สร้างด้วยแผ่นตะกั่ว ถักด้วยเชือก ลงรัก หรือลงรักปิดทองอย่าง and ทักษาความเข้มขลังตามตำราโบราณยันต์โสฬส: ลงอักขระด้วยยันต์มหาโสฬสมงคล ซึ่งเป็นยันต์ชั้นสูงที่ครอบคลุมจักรวาล ทั้งพรหม เทวดา และมนุษย์
ตะกรุดหลวงปู่แผ้ว วัดรางหมัน นครปฐม
ลวงปู่แผ้วลงอักขระเลขยันต์ตามตำรับโบราณ ผสานกับการเจริญวิปัสสนากรรมฐานอย่างเข้มขลัง ทำให้ตะกรุดของท่านมีพลังพุทธานุภาพสูงรุ่นยอดนิยม: เช่น ตะกรุดรุ่นเมตตาบารมี, ตะกรุดนะมหาบารมี (สามกษัตริย์ ปี 2550) และตะกรุดพระพายสะกดทัพ
ตะกรุดหลวงปู่แผ้ว วัดรางหมัน นครปฐม
ลวงปู่แผ้วลงอักขระเลขยันต์ตามตำรับโบราณ ผสานกับการเจริญวิปัสสนากรรมฐานอย่างเข้มขลัง ทำให้ตะกรุดของท่านมีพลังพุทธานุภาพสูงรุ่นยอดนิยม: เช่น ตะกรุดรุ่นเมตตาบารมี, ตะกรุดนะมหาบารมี (สามกษัตริย์ ปี 2550) และตะกรุดพระพายสะกดทัพ
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จ รุ่นแพพัน วัดพิกุลทอง
ของหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2510 ถือเป็นพระเครื่องเนื้อผงรุ่นยอดนิยมที่มีความประณีตงดงาม และมีค่านิยมสูงที่สุดในบรรดาพระเนื้อผงยุคแรกๆ ของท่าน
พระสมเด็จ รุ่นแพพัน วัดพิกุลทอง
ของหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2510 ถือเป็นพระเครื่องเนื้อผงรุ่นยอดนิยมที่มีความประณีตงดงาม และมีค่านิยมสูงที่สุดในบรรดาพระเนื้อผงยุคแรกๆ ของท่าน
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ปรกโพธิ์
องค์พระประธานประทับนั่งปางสมาธิ มีซใบโพธิ์รายล้อมเหนือเศียรเนื้อพระมีความแห้ง หนุ่มนุ่มนวล และปรากฏรอยยุบ แยก ย่น ตามอายุ
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ปรกโพธิ์
องค์พระประธานประทับนั่งปางสมาธิ มีซใบโพธิ์รายล้อมเหนือเศียรเนื้อพระมีความแห้ง หนุ่มนุ่มนวล และปรากฏรอยยุบ แยก ย่น ตามอายุ
พระผงพรายสมุทร พ่อท่านเจิม วัดหอยราก
พ่อท่านเจิม อชิโต (พระครูพิศาลวรเวทย์) วัดศรีสมบูรณ์ (วัดหอยราก) อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2499 มีจุดเด่นด้านมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่หายากและการปลุกเสกตามตำราโบราณเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยสร้างตามจำนวนพระธรรมขันธ์ 84,000 องค์
พระผงพรายสมุทร พ่อท่านเจิม วัดหอยราก
พ่อท่านเจิม อชิโต (พระครูพิศาลวรเวทย์) วัดศรีสมบูรณ์ (วัดหอยราก) อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ. 2499 มีจุดเด่นด้านมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่หายากและการปลุกเสกตามตำราโบราณเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยสร้างตามจำนวนพระธรรมขันธ์ 84,000 องค์
สมเด็จปิลันทร์ พิมพ์ปรกโพธิ์ วัดระฆัง
สร้างขึ้นโดย หม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ (ทัต เสนีวงศ์) ศิษย์เอกของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ราวปี พ.ศ. 2407 เพื่อสืบพระพุทธศาสนาและบูชาคุณพระอาจารย์ เป็นพระเนื้อผงใบลานเผา และเนื้อผงขาว ที่มีความเก่าแก่
สมเด็จปิลันทร์ พิมพ์ปรกโพธิ์ วัดระฆัง
สร้างขึ้นโดย หม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ (ทัต เสนีวงศ์) ศิษย์เอกของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ราวปี พ.ศ. 2407 เพื่อสืบพระพุทธศาสนาและบูชาคุณพระอาจารย์ เป็นพระเนื้อผงใบลานเผา และเนื้อผงขาว ที่มีความเก่าแก่
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม
องค์พระ: ดูชะลูด ไม่อ้วนล่ำสันเหมือนพิมพ์ใหญ่ เอวคอดและผายสะโพกพระกรรณ (หู): ติดชัดเจน ยาวลงมาคล้ายหูบายศรีอกร่อง: หน้าอกปรากฏร่องรางของเส้นสังฆาฏิพาดผ่านฐานแซม: มีเส้นขีดแซมขนาดเล็กใต้หน้าตักและใต้ฐานพระชัดเจน
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ฐานแซม
องค์พระ: ดูชะลูด ไม่อ้วนล่ำสันเหมือนพิมพ์ใหญ่ เอวคอดและผายสะโพกพระกรรณ (หู): ติดชัดเจน ยาวลงมาคล้ายหูบายศรีอกร่อง: หน้าอกปรากฏร่องรางของเส้นสังฆาฏิพาดผ่านฐานแซม: มีเส้นขีดแซมขนาดเล็กใต้หน้าตักและใต้ฐานพระชัดเจน
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
สมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ 6 ชั้น
เป็นพระเครื่องในตระกูลพระสมเด็จที่สร้างโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ประมาณปี พ.ศ. 2409 เพื่โดยนำไปบรรจุไว้ในองค์พระพุทธรูปโต วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง
พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ 6 ชั้น
เป็นพระเครื่องในตระกูลพระสมเด็จที่สร้างโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ประมาณปี พ.ศ. 2409 โดยนำไปบรรจุไว้ในองค์พระพุทธรูปโต วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง
พระสมเด็จเนื้อผงใบลาน
ป็นพระเครื่องหายากที่สร้างจากเถ้าถ่านใบลานเก่าผสมปูนเปลือกหอย มีลักษณะเด่นคือเนื้อองค์พระเป็นสีดำหรือสีเทา มีความแห้งแกร่ง และปรากฏรอยเสี้ยนหรือรอยระเหิดของมวลสารตามธรรมชาติ
พระสมเด็จเนื้อผงใบลาน
ป็นพระเครื่องหายากที่สร้างจากเถ้าถ่านใบลานเก่าผสมปูนเปลือกหอย มีลักษณะเด่นคือเนื้อองค์พระเป็นสีดำหรือสีเทา มีความแห้งแกร่ง และปรากฏรอยเสี้ยนหรือรอยระเหิดของมวลสารตามธรรมชาติ
พระสมเด็จเนื้อผงใบลาน
ป็นพระเครื่องหายากที่สร้างจากเถ้าถ่านใบลานเก่าผสมปูนเปลือกหอย มีลักษณะเด่นคือเนื้อองค์พระเป็นสีดำหรือสีเทา มีความแห้งแกร่ง และปรากฏรอยเสี้ยนหรือรอยระเหิดของมวลสารตามธรรมชาติ
พระสมเด็จเนื้อผงใบลาน
ป็นพระเครื่องหายากที่สร้างจากเถ้าถ่านใบลานเก่าผสมปูนเปลือกหอย มีลักษณะเด่นคือเนื้อองค์พระเป็นสีดำหรือสีเทา มีความแห้งแกร่ง และปรากฏรอยเสี้ยนหรือรอยระเหิดของมวลสารตามธรรมชาติ
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์พระประธาน
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระชัยวัฒน์
พระพุทธรูปขนาดเล็กที่คู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ไทยมาแต่โบราณ เดิมเรียกว่า "พระไชย" มีบันทึกในพงศาวดารตั้งแต่สมัยอยุธยา เพื่อใช้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล และป้องกันภัยในยามศึกสงคราม
พระชัยวัฒน์
พระพุทธรูปขนาดเล็กที่คู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ไทยมาแต่โบราณ เดิมเรียกว่า "พระไชย" มีบันทึกในพงศาวดารตั้งแต่สมัยอยุธยา เพื่อใช้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล และป้องกันภัยในยามศึกสงคราม
รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
สร้างโดย หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เกจิผู้มีชื่อเสียงด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม ใช้กรรมวิธีเทหล่อโบราณเข้าเบ้าทุบ เนื้อโลหะผสมแก่ทองเหลือง มีวรรณะเหลืองอมเขียวหรือกลับดำ แบ่งเป็นพิมพ์หลักคือ พิมพ์นิยม และ
รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
สร้างโดย หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เกจิผู้มีชื่อเสียงด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม ใช้กรรมวิธีเทหล่อโบราณเข้าเบ้าทุบ เนื้อโลหะผสมแก่ทองเหลือง มีวรรณะเหลืองอมเขียวหรือกลับดำ แบ่งเป็นพิมพ์หลักคือ พิมพ์นิยม และ
รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
สร้างโดย หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เกจิผู้มีชื่อเสียงด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม ใช้กรรมวิธีเทหล่อโบราณเข้าเบ้าทุบ เนื้อโลหะผสมแก่ทองเหลือง มีวรรณะเหลืองอมเขียวหรือกลับดำ แบ่งเป็นพิมพ์หลักคือ พิมพ์นิยม และ
รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน
สร้างโดย หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เกจิผู้มีชื่อเสียงด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม ใช้กรรมวิธีเทหล่อโบราณเข้าเบ้าทุบ เนื้อโลหะผสมแก่ทองเหลือง มีวรรณะเหลืองอมเขียวหรือกลับดำ แบ่งเป็นพิมพ์หลักคือ พิมพ์นิยม และ
รูปหล่อหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
จัดสร้างขึ้นโดย หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว มีทั้งรุ่นหล่อโบราณที่วัดหนองหลวงราวปี พ.ศ. 2470–2480
รูปหล่อหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
จัดสร้างขึ้นโดย หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว มีทั้งรุ่นหล่อโบราณที่วัดหนองหลวงราวปี พ.ศ. 2470–2480
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระนาคปรก
พระนาคปรกใบมะขาม หลวงปู่ศุข (พระครูวิมลคุณากร) วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2463–2464 โดยมีพิธีปลุกเสกใหญ่ที่ วัดอนงคาราม กรุงเทพมหานคร
พระนาคปรก
พระนาคปรกใบมะขาม หลวงปู่ศุข (พระครูวิมลคุณากร) วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2463–2464 โดยมีพิธีปลุกเสกใหญ่ที่ วัดอนงคาราม กรุงเทพมหานคร
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
รูปหล่อหลวงพ่อเงินวัด บางคลาน
สร้างโดย หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เกจิผู้มีชื่อเสียงด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม ใช้กรรมวิธีเทหล่อโบราณเข้าเบ้าทุบ เนื้อโลหะผสมแก่ทองเหลือง มีวรรณะเหลืองอมเขียวหรือกลับดำ แบ่งเป็นพิมพ์หลักคือ พิมพ์นิยม และ
รูปหล่อหลวงพ่อเงินวัด บางคลาน
สร้างโดย หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เกจิผู้มีชื่อเสียงด้านคงกระพันและเมตตามหานิยม ใช้กรรมวิธีเทหล่อโบราณเข้าเบ้าทุบ เนื้อโลหะผสมแก่ทองเหลือง มีวรรณะเหลืองอมเขียวหรือกลับดำ แบ่งเป็นพิมพ์หลักคือ พิมพ์นิยม และ
พระหูยาน พิมพ์ฐานบัวสองชั้น
ป็นหนึ่งในพิมพ์พระเครื่องลพบุรีที่มีความงดงามและหายากยิ่ง จัดอยู่ในตระกูล "พระยอดขุนพล" ศิลปะยุคขอมบายูนที่สร้างขึ้นราว พ.ศ. 1913-1931 ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี โดยมีลักษณะเด่นคือองค์พระประทับนั่งปางมารวิชัยบนฐานบัวสองชั้น
พระหูยาน พิมพ์ฐานบัวสองชั้น
ป็นหนึ่งในพิมพ์พระเครื่องลพบุรีที่มีความงดงามและหายากยิ่ง จัดอยู่ในตระกูล "พระยอดขุนพล" ศิลปะยุคขอมบายูนที่สร้างขึ้นราว พ.ศ. 1913-1931 ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี โดยมีลักษณะเด่นคือองค์พระประทับนั่งปางมารวิชัยบนฐานบัวสองชั้น
พระท่ามะปราง
เป็นพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินศิลปะสุโขทัยที่มีชื่อเสียงมาก โดยมีกรุวัดท่ามะปราง จังหวัดพิษณุโลก เป็นต้นแบบแห่งแรกและมีอายุเก่าแก่ที่สุด พระพิมพ์นี้ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "พระเงี้ยวทิ้งปืน"
พระท่ามะปราง
เป็นพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินศิลปะสุโขทัยที่มีชื่อเสียงมาก โดยมีกรุวัดท่ามะปราง จังหวัดพิษณุโลก เป็นต้นแบบแห่งแรกและมีอายุเก่าแก่ที่สุด พระพิมพ์นี้ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "พระเงี้ยวทิ้งปืน"
พระซุ้มกอ
ป็นพระเครื่องเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ศิลปะสุโขทัยยุคต้น อายุประมาณ 700–800 ปี ค้นพบครั้งแรกในกรุวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อปี พ.ศ. 2392
พระซุ้มกอ
ป็นพระเครื่องเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ศิลปะสุโขทัยยุคต้น อายุประมาณ 700–800 ปี ค้นพบครั้งแรกในกรุวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อปี พ.ศ. 2392
หลวงปู่ทวดพิมพ์หลังเตารีด
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร (พระองค์ชายกลาง) ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ในการจัดสร้าง
หลวงปู่ทวดพิมพ์หลังเตารีด
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร (พระองค์ชายกลาง) ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ในการจัดสร้าง
หลวงปู่ทวดพิมพ์หลังเตารีด
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร (พระองค์ชายกลาง) ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ในการจัดสร้าง
หลวงปู่ทวดพิมพ์หลังเตารีด
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2505 โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร (พระองค์ชายกลาง) ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ในการจัดสร้าง
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
มีเส้นขอบบังคับแม่พิมพ์ พระเกศยาว มีความลาดเอียงของพื้นผิวรอบซุ้ม และมีคราบกรุที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับพระกรุเก่า พบครั้งแรกในกรุเจดีย์วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) ระหว่างปี พ.ศ. 2425–2428 (กรุเก่า) และเปิดกรุครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2500 (กรุใหม่)
พระตรีกาย
เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นหรือพระพิมพ์โบราณที่มีคติความเชื่อเรื่องพระกายทั้ง 3 ของพระพุทธเจ้าตามนิกายมหายาน (ธรรมกาย, สัมโภคกาย, นิรมาณกาย) โดยมีลักษณะเป็นพระพุทธรูปนั่งเรียงกัน 3 องค์ในซุ้มเรือนแก้วเดียวกัน
พระตรีกาย
เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นหรือพระพิมพ์โบราณที่มีคติความเชื่อเรื่องพระกายทั้ง 3 ของพระพุทธเจ้าตามนิกายมหายาน (ธรรมกาย, สัมโภคกาย, นิรมาณกาย) โดยมีลักษณะเป็นพระพุทธรูปนั่งเรียงกัน 3 องค์ในซุ้มเรือนแก้วเดียวกัน
ปิดตาผงคลุก พ่อท่านแก่น
วัดทุ่งหล่อ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระเครื่องระดับตำนาน สร้างด้วยเนื้อแร่เงินยวงและเนื้อสัมฤทธิ์ โดยปั้นหุ่นเทียนทีละองค์ตามฤกษ์ เด่นด้านคงกระพันชาตรี และมีทั้งแบบเนื้อโลหะและเนื้อผงคลุกรัก
ปิดตาผงคลุก พ่อท่านแก่น
วัดทุ่งหล่อ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระเครื่องระดับตำนาน สร้างด้วยเนื้อแร่เงินยวงและเนื้อสัมฤทธิ์ โดยปั้นหุ่นเทียนทีละองค์ตามฤกษ์ เด่นด้านคงกระพันชาตรี และมีทั้งแบบเนื้อโลหะและเนื้อผงคลุกรัก
พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง
สร้างโดย หลวงปู่เอี่ยม สุวัณณสโร อดีตเจ้าอาวาส วัดหนังราชวรวิหาร เกจิอาจารย์ชื่อดังสมัยรัชกาลที่ 5มีการสร้างหลายวาระ ทั้งช่วงบูรณะวัด และแจกในงานบุญสร้างเขื่อนหน้าวัดเมื่อปี พ.ศ. 2463ชื่อเรียกพิมพ์นิยม เช่น พิมพ์ยันต์ยุ่งนะหัวเข่า และพิมพ์ข้าวตอกแตก (เนื้
พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง
สร้างโดย หลวงปู่เอี่ยม สุวัณณสโร อดีตเจ้าอาวาส วัดหนังราชวรวิหาร เกจิอาจารย์ชื่อดังสมัยรัชกาลที่ 5มีการสร้างหลายวาระ ทั้งช่วงบูรณะวัด และแจกในงานบุญสร้างเขื่อนหน้าวัดเมื่อปี พ.ศ. 2463ชื่อเรียกพิมพ์นิยม เช่น พิมพ์ยันต์ยุ่งนะหัวเข่า และพิมพ์ข้าวตอกแตก (เนื้
พระร่วงหลัง ลายผ้า
ป็นพระเครื่องโบราณศิลปะขอมยุคบายน อายุกว่า 700-800 ปี ขุดพบครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2493 ที่บริเวณหน้าพระปรางค์ประธาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เมืองเชลียง) อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
พระร่วงหลัง ลายผ้า
ป็นพระเครื่องโบราณศิลปะขอมยุคบายน อายุกว่า 700-800 ปี ขุดพบครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2493 ที่บริเวณหน้าพระปรางค์ประธาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เมืองเชลียง) อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
พระร่วงหลังรางปืน
ป็นพระเครื่องโบราณศิลปะขอมยุคบายน อายุกว่า 700-800 ปี ขุดพบครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2493 ที่บริเวณหน้าพระปรางค์ประธาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เมืองเชลียง) อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
พระร่วงหลังรางปืน
ป็นพระเครื่องโบราณศิลปะขอมยุคบายน อายุกว่า 700-800 ปี ขุดพบครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2493 ที่บริเวณหน้าพระปรางค์ประธาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เมืองเชลียง) อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
พระร่วงนั่งหลังลิ่ม กรุวัดช้างล้อม
เป็นพระยอดขุนพลเนื้อชินเงินยอดนิยม ค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2480 ในพระเจดีย์ทรงลังกาที่มีช้างล้อมรอบ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย มีพุทธศิลป์อู่ทองหน้าแก่ ประทับนั่งปางมารวิชัย และมีเอกลักษณ์ด้านหลังเป็นร่องลึกคล้ายลิ่ม
พระร่วงนั่งหลังลิ่ม กรุวัดช้างล้อม
เป็นพระยอดขุนพลเนื้อชินเงินยอดนิยม ค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2480 ในพระเจดีย์ทรงลังกาที่มีช้างล้อมรอบ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย มีพุทธศิลป์อู่ทองหน้าแก่ ประทับนั่งปางมารวิชัย และมีเอกลักษณ์ด้านหลังเป็นร่องลึกคล้ายลิ่ม
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระท่ามะปราง
เป็นพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินศิลปะสุโขทัยที่มีชื่อเสียงมาก โดยมีกรุวัดท่ามะปราง จังหวัดพิษณุโลก เป็นต้นแบบแห่งแรกและมีอายุเก่าแก่ที่สุด พระพิมพ์นี้ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "พระเงี้ยวทิ้งปืน"
พระท่ามะปราง
เป็นพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินศิลปะสุโขทัยที่มีชื่อเสียงมาก โดยมีกรุวัดท่ามะปราง จังหวัดพิษณุโลก เป็นต้นแบบแห่งแรกและมีอายุเก่าแก่ที่สุด พระพิมพ์นี้ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "พระเงี้ยวทิ้งปืน"
พระนาคปรก ช่อคันไถ
เป็นพระเครื่องและพระบูชาโบราณสมัยสุโขทัย ที่พบจากกรุวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย มีจุดเด่นคือเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย (ต่างจากพระนาคปรกทั่วไปที่มักเป็นปางสมาธิ) ประทับบนฐานบัลลังก์ มีพญานาค 7 เศียรแผ่พังพานปกคลุม และมีลวดลายช่อดอกไม้เหนือเศียรนาคที่มีรูปทรง
พระนาคปรก ช่อคันไถ
เป็นพระเครื่องและพระบูชาโบราณสมัยสุโขทัย ที่พบจากกรุวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย มีจุดเด่นคือเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย (ต่างจากพระนาคปรกทั่วไปที่มักเป็นปางสมาธิ) ประทับบนฐานบัลลังก์ มีพญานาค 7 เศียรแผ่พังพานปกคลุม และมีลวดลายช่อดอกไม้เหนือเศียรนาคที่มีรูปทรง
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระร่วงหลังรางปืน
ป็นพระเครื่องโบราณศิลปะขอมยุคบายน อายุกว่า 700-800 ปี ขุดพบครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2493 ที่บริเวณหน้าพระปรางค์ประธาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เมืองเชลียง) อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
พระร่วงหลังรางปืน
ป็นพระเครื่องโบราณศิลปะขอมยุคบายน อายุกว่า 700-800 ปี ขุดพบครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2493 ที่บริเวณหน้าพระปรางค์ประธาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เมืองเชลียง) อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
พระลีลา กรุวัดถ้ำหีบ สุโขทัย
นพบครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. 2493 ภายในถ้ำของวัดร้างบนเขากิ่วอ้ายมา (วัดถ้ำหีบ) จังหวัดสุโขทัยลักษณะการพบ: ชาวบ้านขึ้นไปหามูลค้างคาวในถ้ำ และพบไหเคลือบโบราณหลายใบซ่อนอยู่ เมื่อเปิดออกดูจึงพบองค์พระพิมพ์ปางลีลาบรรจุอยู่ภายใน
พระลีลา กรุวัดถ้ำหีบ สุโขทัย
นพบครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. 2493 ภายในถ้ำของวัดร้างบนเขากิ่วอ้ายมา (วัดถ้ำหีบ) จังหวัดสุโขทัยลักษณะการพบ: ชาวบ้านขึ้นไปหามูลค้างคาวในถ้ำ และพบไหเคลือบโบราณหลายใบซ่อนอยู่ เมื่อเปิดออกดูจึงพบองค์พระพิมพ์ปางลีลาบรรจุอยู่ภายใน
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระชินราชใบเสมา
สันนิษฐานว่าสร้างโดย พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย เมื่อครั้งเสด็จมาครองเมืองพิษณุโลกศิลปะ: เป็นพระพุทธศิลป์แบบอู่ทองยุคต้นผสมผสานกับศิลปะสุโขทัยที่มาของชื่อ: องค์พระนั่งประทับอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งมีรูปร่างสัณฐานคล้ายกับใบเสมาที่ตั้งอยู่รอบอุโบสถ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระร่วงหลังรางปืน
ป็นพระเครื่องโบราณศิลปะขอมยุคบายน อายุกว่า 700-800 ปี ขุดพบครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2493 ที่บริเวณหน้าพระปรางค์ประธาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เมืองเชลียง) อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
พระร่วงหลังรางปืน
ป็นพระเครื่องโบราณศิลปะขอมยุคบายน อายุกว่า 700-800 ปี ขุดพบครั้งแรกราวปี พ.ศ. 2493 ที่บริเวณหน้าพระปรางค์ประธาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (เมืองเชลียง) อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระหูยาน ลพบุรี
พบครั้งแรกและขึ้นชื่อที่สุดที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ลพบุรี (วัดใหญ่)อายุสมัย: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอมเรืองอำนาจ (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) หรือบางตำราสันนิษฐานว่าสร้างในยุคอยุธยาตอนต้น ราว พ.ศ. 1913-1931ลักษณะพุทธศิลป์: มีเอกลักษณ์คือใบหูยาว (หูยาน) พระ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
พระมเหศวร
พบครั้งแรกที่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นพระปางมารวิชัยที่มี 2 หน้า และหัวขององค์พระทั้งสองด้านนั่งหันสวนทางกัน (คนโบราณเรียก "พระสวน" ก่อนเพี้ยนเป็น "มเหศวร") ได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุดเบญจภาคีพระยอดขุ
เหรียญหล่อโบราณพระครูวิธูรธรมมสาสน์
หล่อขึ้นที่บริเวณโรงครัวของวัด ผู้คนจึงนิยมเรียกว่า "รุ่นโรงครัว"ชนวนมวลสาร: ใช้เศษทองและเนื้อทองผสมที่เหลือจากการหล่อรูปเหมือนเท่าองค์จริง รวมถึงทองคำและเงินหัวนะโมที่ชาวบ้านนำมาร่วมทำบุญถวายใส่เบ้าหลอมลักษณะ: เป็นเหรียญหล่อโบราณทรงกลมรี มีหูขวางในตัว
เหรียญหล่อโบราณพระครูวิธูรธรมมสาสน์
หล่อขึ้นที่บริเวณโรงครัวของวัด ผู้คนจึงนิยมเรียกว่า "รุ่นโรงครัว"ชนวนมวลสาร: ใช้เศษทองและเนื้อทองผสมที่เหลือจากการหล่อรูปเหมือนเท่าองค์จริง รวมถึงทองคำและเงินหัวนะโมที่ชาวบ้านนำมาร่วมทำบุญถวายใส่เบ้าหลอมลักษณะ: เป็นเหรียญหล่อโบราณทรงกลมรี มีหูขวางในตัว
เหรียญแตงโมหลวงพ่อเกษม เขมโก
จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2517 ณ สำนักสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง โดยหลวงพ่อเกษมได้เมตตาจัดสร้างและปลุกเสกด้วยตนเองเพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองศาลเจ้าแม่สุชาดาอายุครบ 1 ปี
เหรียญแตงโมหลวงพ่อเกษม เขมโก
จัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2517 ณ สำนักสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง โดยหลวงพ่อเกษมได้เมตตาจัดสร้างและปลุกเสกด้วยตนเองเพื่อเป็นที่ระลึกในงานฉลองศาลเจ้าแม่สุชาดาอายุครบ 1 ปี
เหรียญเสมาเล็กหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
วัตถุประสงค์: แจกจ่ายแก่ผู้บริจาคทรัพย์และข้าราชการทหารพลเรือนเพื่อคุ้มครองป้องกันภัยเนื้อโลหะ: มีการสร้างด้วยเนื้อเงินลงยา เนื้อเงิน เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง เนื้อทองแดงกะไหล่เงิน และเนื้อทองแดง
เหรียญเสมาเล็กหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
วัตถุประสงค์: แจกจ่ายแก่ผู้บริจาคทรัพย์และข้าราชการทหารพลเรือนเพื่อคุ้มครองป้องกันภัยเนื้อโลหะ: มีการสร้างด้วยเนื้อเงินลงยา เนื้อเงิน เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง เนื้อทองแดงกะไหล่เงิน และเนื้อทองแดง
เหรียญพระพุทธชินราช หลวงปู่เผือก
ร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2485 สมัยสงครามอินโดจีน เพื่อแจกจ่ายให้แก่ศิษยานุศิษย์และทหารที่ต้องไปราชการสงคราม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจผู้ปลุกเสก: หลวงปู่เผือก (พระครูกรุณาวิหารี) เจ้าอาวาสวัดกิ่งแก้ว เกจิชื่อดังแห่งย่านบางพลี ผู้มีความเข้มขลังและวิทยาคมสูงลักษณะ
เหรียญพระพุทธชินราช หลวงปู่เผือก
ร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2485 สมัยสงครามอินโดจีน เพื่อแจกจ่ายให้แก่ศิษยานุศิษย์และทหารที่ต้องไปราชการสงคราม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจผู้ปลุกเสก: หลวงปู่เผือก (พระครูกรุณาวิหารี) เจ้าอาวาสวัดกิ่งแก้ว เกจิชื่อดังแห่งย่านบางพลี ผู้มีความเข้มขลังและวิทยาคมสูงลักษณะ
เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่ดี วัดบ้านยาง
ลวงปู่ดี วัดบ้านยาง พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าที่มีชื่อเสียงด้านความเหนียว คงกระพันชาตรีปีที่สร้าง: พ.ศ. 2463 เนื้อทองแดงพุทธคุณ: เด่นทางด้านแคล้วคลาดและคงกระพันชาตรี จนได้รับขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน "เหรียญเหนียวเมืองราชบุรี"
เหรียญรุ่นแรกหลวงปู่ดี วัดบ้านยาง
ลวงปู่ดี วัดบ้านยาง พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าที่มีชื่อเสียงด้านความเหนียว คงกระพันชาตรีปีที่สร้าง: พ.ศ. 2463 เนื้อทองแดงพุทธคุณ: เด่นทางด้านแคล้วคลาดและคงกระพันชาตรี จนได้รับขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน "เหรียญเหนียวเมืองราชบุรี"
เหรียญพระพรหมสี่หน้า อาจารย์เฮง ไพรวัลย์
ประมาณ พ.ศ. 2472 (บางกระแสระบุสร้างในยุคหลังต่อมา) ผสมผสานพิธีกรรมทั้งพุทธและพราหมณ์อย่างถูกต้องครบถ้วนพระสงฆ์ร่วมพิธี: มี หลวงปู่สีห์ วัดสะแก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมักเป็นผู้ลงเหล็กจารอักขระที่ด้านหลังเหรียญลักษณะเหรียญ: เป็นเหรียญปั๊มทรงข้าวหลามตัด มีหู
เหรียญพระพรหมสี่หน้า อาจารย์เฮง ไพรวัลย์
ประมาณ พ.ศ. 2472 (บางกระแสระบุสร้างในยุคหลังต่อมา) ผสมผสานพิธีกรรมทั้งพุทธและพราหมณ์อย่างถูกต้องครบถ้วนพระสงฆ์ร่วมพิธี: มี หลวงปู่สีห์ วัดสะแก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมักเป็นผู้ลงเหล็กจารอักขระที่ด้านหลังเหรียญลักษณะเหรียญ: เป็นเหรียญปั๊มทรงข้าวหลามตัด มีหู
เหรียญหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2482ผู้ดำเนินการ: นายประดิษฐ์ ลิ้มประยูร พนักงานขับรถไฟสายเหนือ เป็นผู้ประสานงานจัดสร้างวัตถุประสงค์: สมนาคุณแก่ผู้ร่วมทำบุญสมทบทุนหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อเดิม ขนาดเท่าองค์จริงที่วัดหนองโพ
เหรียญหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2482ผู้ดำเนินการ: นายประดิษฐ์ ลิ้มประยูร พนักงานขับรถไฟสายเหนือ เป็นผู้ประสานงานจัดสร้างวัตถุประสงค์: สมนาคุณแก่ผู้ร่วมทำบุญสมทบทุนหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อเดิม ขนาดเท่าองค์จริงที่วัดหนองโพ
เหรียญพระศรีอารย์ยืนโปรดสัตว์ วัดอิน
พระครูธรรมานุกูล (หลวงปู่ภู จันทเกสโร) วัดอินทรวิหารวาระการสร้าง: สร้างขึ้นในโอกาสเฉลิมฉลองและงานสมโภชองค์หลวงพ่อโต (พระศรีอริยเมตไตรย) เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2471ลักษณะ: ด้านหน้าเป็นรูปพระศรีอาริย์ยืนโปรดสัตว์ ด้านหลังมีอักษร 3 บรรทัดว่า “พระศรี
เหรียญพระศรีอารย์ยืนโปรดสัตว์ วัดอิน
พระครูธรรมานุกูล (หลวงปู่ภู จันทเกสโร) วัดอินทรวิหารวาระการสร้าง: สร้างขึ้นในโอกาสเฉลิมฉลองและงานสมโภชองค์หลวงพ่อโต (พระศรีอริยเมตไตรย) เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2471ลักษณะ: ด้านหน้าเป็นรูปพระศรีอาริย์ยืนโปรดสัตว์ ด้านหลังมีอักษร 3 บรรทัดว่า “พระศรี
หลวงปู่ศุข วัดปากคลองะขามเฒ่า
เหรียญที่ระลึกหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ปี 2519 เป็นเหรียญพระเกจิยอดนิยมของจังหวัดชัยนาท ที่จัดสร้างขึ้นเป็นที่ระลึกในงานพุทธาภิเษกวัตถุมงคล และผ่านพิธีปลุกเสกครั้งใหญ่ถึง 2 วาระโดยพระเกจิลือชื่อในยุคนั้น
หลวงปู่ศุข วัดปากคลองะขามเฒ่า
เหรียญที่ระลึกหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ปี 2519 เป็นเหรียญพระเกจิยอดนิยมของจังหวัดชัยนาท ที่จัดสร้างขึ้นเป็นที่ระลึกในงานพุทธาภิเษกวัตถุมงคล และผ่านพิธีปลุกเสกครั้งใหญ่ถึง 2 วาระโดยพระเกจิลือชื่อในยุคนั้น
เหรียญหยดน้ำ หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่
ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2518จำนวนการสร้าง: เนื้อทองแดงจำนวนจำกัดเพียง 5,000 เหรียญ เท่านั้นชื่อเรียกอื่น: คนโบราณหรือลูกศิษย์มักเรียกว่า "เหรียญรุ่นแจกทาน"
เหรียญหยดน้ำ หลวงปู่ทิม วัดระหารไร่
ปีที่สร้าง: พ.ศ. 2518จำนวนการสร้าง: เนื้อทองแดงจำนวนจำกัดเพียง 5,000 เหรียญ เท่านั้นชื่อเรียกอื่น: คนโบราณหรือลูกศิษย์มักเรียกว่า "เหรียญรุ่นแจกทาน"
เหรียญแสตมป์องพ่อจตุคามรามเทพ รุ่นแรก
จัดสร้างขึ้นพร้อมกับวัตถุมงคลชุดศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชรุ่นแรก เพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างศาลหลักเมือง โดยมี ท่านพลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นมือขวาในการจัดสร้างและประกอบพิธีกรรมตามตำรับสายวิชาเขาอ้อ
เหรียญแสตมป์องพ่อจตุคามรามเทพ รุ่นแรก
จัดสร้างขึ้นพร้อมกับวัตถุมงคลชุดศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชรุ่นแรก เพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างศาลหลักเมือง โดยมี ท่านพลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นมือขวาในการจัดสร้างและประกอบพิธีกรรมตามตำรับสายวิชาเขาอ้อ
เหรียญเสมาหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่
เป็นรูปเสมากลับหัว มีห่วงในตัว ตรงกลางเป็นรูปหลวงปู่ทิมนั่งสมาธิเต็มองค์ ล้อมรอบด้วยลายกนก และมีอักขระขอม 3 ตัวคือ “มะ อุ อะ”ด้านหลัง: ประทับด้วย “ยันต์ 5” (ยันต์ครูประจำตัวหลวงปู่ทิม) พร้อมข้อความ “ที่ระลึกฉลองอายุครบ ๘ รอบ พระครูภาวนาภิรัต (ทิม) วัดละหา
เหรียญเสมาหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่
เป็นรูปเสมากลับหัว มีห่วงในตัว ตรงกลางเป็นรูปหลวงปู่ทิมนั่งสมาธิเต็มองค์ ล้อมรอบด้วยลายกนก และมีอักขระขอม 3 ตัวคือ “มะ อุ อะ”ด้านหลัง: ประทับด้วย “ยันต์ 5” (ยันต์ครูประจำตัวหลวงปู่ทิม) พร้อมข้อความ “ที่ระลึกฉลองอายุครบ ๘ รอบ พระครูภาวนาภิรัต (ทิม) วัดละหา
เหรียญปิดตารุ่นแรก หลวงพ่อน้อยวัดศรีษะทอง
ด้านหน้า: เป็นเหรียญปั๊มทรงรูปไข่ มีหูในตัว ตรงกลางเป็นองค์พระปิดตา มีลักษณะพิเศษคือ ยกมือขึ้นปิดทวารต่างๆ (ปิดตา หู จมูก และทวาร) ตามตำรับโบราณ รอบองค์พระมีอักขระขอมยันต์รายล้อมด้านหลัง: ตรงกลางเป็นยันต์ตรีนิสิงเหหรือยันต์แปด ด้านล่างระบุตัวเลขไทย “๒๔๘๗”
เหรียญปิดตารุ่นแรก หลวงพ่อน้อยวัดศรีษะทอง
ด้านหน้า: เป็นเหรียญปั๊มทรงรูปไข่ มีหูในตัว ตรงกลางเป็นองค์พระปิดตา มีลักษณะพิเศษคือ ยกมือขึ้นปิดทวารต่างๆ (ปิดตา หู จมูก และทวาร) ตามตำรับโบราณ รอบองค์พระมีอักขระขอมยันต์รายล้อมด้านหลัง: ตรงกลางเป็นยันต์ตรีนิสิงเหหรือยันต์แปด ด้านล่างระบุตัวเลขไทย “๒๔๘๗”
เหรียญข้าวหลามตัด หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
ปี พ.ศ. 2507 ถือเป็นพิมพ์ข้าวหลามตัดรุ่นแรก (นิยมสุด) หรือที่เรียกกันว่า "เหรียญหนายันต์เล็ก ปี 07"การจัดสร้างรุ่นต่อมา: เนื่องจากความนิยมและพุทธคุณที่เลื่องลือ ทางวัดสะพานสูงจึงมีการสร้างเหรียญพิมพ์ข้าวหลามตัดออกมาอีกหลายวาระ เช่น รุ่นปี พ.ศ. 2558 (ออกโด
เหรียญข้าวหลามตัด หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
ปี พ.ศ. 2507 ถือเป็นพิมพ์ข้าวหลามตัดรุ่นแรก (นิยมสุด) หรือที่เรียกกันว่า "เหรียญหนายันต์เล็ก ปี 07"การจัดสร้างรุ่นต่อมา: เนื่องจากความนิยมและพุทธคุณที่เลื่องลือ ทางวัดสะพานสูงจึงมีการสร้างเหรียญพิมพ์ข้าวหลามตัดออกมาอีกหลายวาระ เช่น รุ่นปี พ.ศ. 2558 (ออกโด
เข็มกลัดรูปอาร์มหลวงพ่อโสธร ลงยาสีเหลือง
สำหรับบล็อกพิมพ์อาร์มหรือพิมพ์เสมาที่ลงยาสีเหลือง มักพบในวาระการจัดสร้างยุคต่อมา เช่น รุ่นฉลองครบรอบต่างๆ หรือปีลึกอย่างยุค พ.ศ. 2504, 2509 หรือรุ่นอนุสรณ์ 100 ปี (เช่น ปี พ.ศ. 2559) ที่มีการประยุกต์ลงยาสีสันสดใส รวมถึงสีเหลืองเพื่อเป็นทางเลือกในการสะสม
เข็มกลัดรูปอาร์มหลวงพ่อโสธร ลงยาสีเหลือง
สำหรับบล็อกพิมพ์อาร์มหรือพิมพ์เสมาที่ลงยาสีเหลือง มักพบในวาระการจัดสร้างยุคต่อมา เช่น รุ่นฉลองครบรอบต่างๆ หรือปีลึกอย่างยุค พ.ศ. 2504, 2509 หรือรุ่นอนุสรณ์ 100 ปี (เช่น ปี พ.ศ. 2559) ที่มีการประยุกต์ลงยาสีสันสดใส รวมถึงสีเหลืองเพื่อเป็นทางเลือกในการสะสม
พระเปิม ลำพูน
เป็นพระพิมพ์ดินเผาโบราณสกุลลำพูนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800–1,200 ปี คำว่า "เปิม" เป็นภาษาถิ่นเหนือหมายถึงลักษณะที่ค่อนข้างแบนหรือกว้าง มีพุทธศิลป์งดงามได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียสมัยคุปตะ ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรใต้ต้นโพธิ์
พระเปิมลำพูน
เป็นพระพิมพ์ดินเผาโบราณสกุลลำพูนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800–1,200 ปี คำว่า "เปิม" เป็นภาษาถิ่นเหนือหมายถึงลักษณะที่ค่อนข้างแบนหรือกว้าง มีพุทธศิลป์งดงามได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียสมัยคุปตะ ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรใต้ต้นโพธิ์
พระเปิม ลำพูน
เป็นพระพิมพ์ดินเผาโบราณสกุลลำพูนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800–1,200 ปี คำว่า "เปิม" เป็นภาษาถิ่นเหนือหมายถึงลักษณะที่ค่อนข้างแบนหรือกว้าง มีพุทธศิลป์งดงามได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียสมัยคุปตะ ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรใต้ต้นโพธิ์
พระเปิม ลำพูน
เป็นพระพิมพ์ดินเผาโบราณสกุลลำพูนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800–1,200 ปี คำว่า "เปิม" เป็นภาษาถิ่นเหนือหมายถึงลักษณะที่ค่อนข้างแบนหรือกว้าง มีพุทธศิลป์งดงามได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียสมัยคุปตะ ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรใต้ต้นโพธิ์
พระเปิม ลำพูน
เป็นพระพิมพ์ดินเผาโบราณสกุลลำพูนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800–1,200 ปี คำว่า "เปิม" เป็นภาษาถิ่นเหนือหมายถึงลักษณะที่ค่อนข้างแบนหรือกว้าง มีพุทธศิลป์งดงามได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียสมัยคุปตะ ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรใต้ต้นโพธิ์
พระเปิม ลำพูน
เป็นพระพิมพ์ดินเผาโบราณสกุลลำพูนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800–1,200 ปี คำว่า "เปิม" เป็นภาษาถิ่นเหนือหมายถึงลักษณะที่ค่อนข้างแบนหรือกว้าง มีพุทธศิลป์งดงามได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียสมัยคุปตะ ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรใต้ต้นโพธิ์
พระกำแพงลีลาเม็ดขนุนคู่
เป็นพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ศิลปะสมัยสุโขทัย (หมวดกำแพงเพชร) ค้นพบครั้งแรกที่ วัดพระบรมธาตุ และลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร มีพุทธลักษณะก้าวย่างอ่อนช้อย คล้ายเม็ดขนุนผ่าซีก จนเซียนพระรุ่นเก่าเรียกว่า "พระกำแพงเขย่ง"
พระกำแพงลีลาเม็ดขนุนคู่
เป็นพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ศิลปะสมัยสุโขทัย (หมวดกำแพงเพชร) ค้นพบครั้งแรกที่ วัดพระบรมธาตุ และลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร มีพุทธลักษณะก้าวย่างอ่อนช้อย คล้ายเม็ดขนุนผ่าซีก จนเซียนพระรุ่นเก่าเรียกว่า "พระกำแพงเขย่ง"
พระผงสุพรรณ
ป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาโบราณยอดนิยมที่มีชื่อเสียงสูงสุดของจังหวัดสุพรรณบุรี และได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุด "พระเบญจภาคี" อันทรงคุณค่าของเมืองไทย ขุดพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2456 ณ กรุพระปรางค์องค์ใหญ่
พระผงสุพรรณ
ป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาโบราณยอดนิยมที่มีชื่อเสียงสูงสุดของจังหวัดสุพรรณบุรี และได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุด "พระเบญจภาคี" อันทรงคุณค่าของเมืองไทย ขุดพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2456 ณ กรุพระปรางค์องค์ใหญ่
พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง
สร้างในสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ราว พ.ศ. 2135) เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาหลังเสร็จศึกสงครามหรือทำยุทธหัตถีพุทธศิลป์มีความคล้ายคลึงกับ พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชื่อว่าเป็นสกุลช่างเดียวกัน
พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง
สร้างในสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ราว พ.ศ. 2135) เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาหลังเสร็จศึกสงครามหรือทำยุทธหัตถีพุทธศิลป์มีความคล้ายคลึงกับ พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เชื่อว่าเป็นสกุลช่างเดียวกัน
พระกำแพงลีลา เม็ดขนุน
เป็นพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ศิลปะสมัยสุโขทัย (หมวดกำแพงเพชร) ค้นพบครั้งแรกที่ วัดพระบรมธาตุ และลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร มีพุทธลักษณะก้าวย่างอ่อนช้อย คล้ายเม็ดขนุนผ่าซีก จนเซียนพระรุ่นเก่าเรียกว่า "พระกำแพงเขย่ง"
พระกำแพงลีลา เม็ดขนุน
เป็นพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ศิลปะสมัยสุโขทัย (หมวดกำแพงเพชร) ค้นพบครั้งแรกที่ วัดพระบรมธาตุ และลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร มีพุทธลักษณะก้าวย่างอ่อนช้อย คล้ายเม็ดขนุนผ่าซีก จนเซียนพระรุ่นเก่าเรียกว่า "พระกำแพงเขย่ง"
พระกำแพงลีลา เม็ดขนุน
เป็นพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ศิลปะสมัยสุโขทัย (หมวดกำแพงเพชร) ค้นพบครั้งแรกที่ วัดพระบรมธาตุ และลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร มีพุทธลักษณะก้าวย่างอ่อนช้อย คล้ายเม็ดขนุนผ่าซีก จนเซียนพระรุ่นเก่าเรียกว่า "พระกำแพงเขย่ง"
พระกำแพงลีลา เม็ดขนุน
เป็นพระเครื่องเนื้อดินและเนื้อชินอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ศิลปะสมัยสุโขทัย (หมวดกำแพงเพชร) ค้นพบครั้งแรกที่ วัดพระบรมธาตุ และลานทุ่งเศรษฐี จังหวัดกำแพงเพชร มีพุทธลักษณะก้าวย่างอ่อนช้อย คล้ายเม็ดขนุนผ่าซีก จนเซียนพระรุ่นเก่าเรียกว่า "พระกำแพงเขย่ง"
พระคง ลำพูน
เป็นพระเครื่องดินเผาโบราณคู่เมืองลำพูนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรหริภุญไชย มีพุทธศิลป์แบบทวารวดีผสมผปนศิลปะอินเดียปาละ พระพักตร์ประทับนั่งปางมารวิชัยใต้ร่มโพธิ์ ส่วนใหญ่พบกรุแตกที่ วัดพระคงฤๅษี อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
พระคง ลำพูน
เป็นพระเครื่องดินเผาโบราณคู่เมืองลำพูนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรหริภุญไชย มีพุทธศิลป์แบบทวารวดีผสมผปนศิลปะอินเดียปาละ พระพักตร์ประทับนั่งปางมารวิชัยใต้ร่มโพธิ์ ส่วนใหญ่พบกรุแตกที่ วัดพระคงฤๅษี อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
พระคง ลำพูน
เป็นพระเครื่องดินเผาโบราณคู่เมืองลำพูนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรหริภุญไชย มีพุทธศิลป์แบบทวารวดีผสมผปนศิลปะอินเดียปาละ พระพักตร์ประทับนั่งปางมารวิชัยใต้ร่มโพธิ์ ส่วนใหญ่พบกรุแตกที่ วัดพระคงฤๅษี อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
พระคง ลำพูน
เป็นพระเครื่องดินเผาโบราณคู่เมืองลำพูนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรหริภุญไชย มีพุทธศิลป์แบบทวารวดีผสมผปนศิลปะอินเดียปาละ พระพักตร์ประทับนั่งปางมารวิชัยใต้ร่มโพธิ์ ส่วนใหญ่พบกรุแตกที่ วัดพระคงฤๅษี อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
พระซุ้มกอ กำแพงเพชร
ป็นพระเครื่องเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ศิลปะสุโขทัยยุคต้น อายุประมาณ 700–800 ปี ค้นพบครั้งแรกในกรุวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อปี พ.ศ. 2392
พระซุ้มกอ กำแพงเพชร
ป็นพระเครื่องเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ศิลปะสุโขทัยยุคต้น อายุประมาณ 700–800 ปี ค้นพบครั้งแรกในกรุวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อปี พ.ศ. 2392
พระนางพญา พิษณุโลก
รือที่ได้รับการขนานนามว่า "ราชินีแห่งพระเครื่อง" เป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาพิมพ์สามเหลี่ยมยอดนิยม หนึ่งในชุดเบญจภาคี สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2090–2100 โดย พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระมเหสีของพระมหาธรรมราชาและพระราชมารดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คราวบูรณปฏิสังขรณ์วั
พระนางพญา พิษณุโลก
รือที่ได้รับการขนานนามว่า "ราชินีแห่งพระเครื่อง" เป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาพิมพ์สามเหลี่ยมยอดนิยม หนึ่งในชุดเบญจภาคี สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2090–2100 โดย พระวิสุทธิกษัตรีย์ พระมเหสีของพระมหาธรรมราชาและพระราชมารดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คราวบูรณปฏิสังขรณ์วั
พระผงสุพรรณ
เป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาโบราณยอดนิยมที่มีชื่อเสียงสูงสุดของจังหวัดสุพรรณบุรี และได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุด "พระเบญจภาคี" อันทรงคุณค่าของเมืองไทย ขุดพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2456 ณ กรุพระปรางค์องค์ใหญ่
พระผงสุพรรณ
เป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาโบราณยอดนิยมที่มีชื่อเสียงสูงสุดของจังหวัดสุพรรณบุรี และได้รับการยกย่องให้อยู่ในชุด "พระเบญจภาคี" อันทรงคุณค่าของเมืองไทย ขุดพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2456 ณ กรุพระปรางค์องค์ใหญ่
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธาน
ป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มีพุทธลักษณะองค์พระนั่งสมาธิในระฆังคว่ำ ไหล่ซ้ายกว้าง เกศทะลุซุ้ม
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธาน
ป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มีพุทธลักษณะองค์พระนั่งสมาธิในระฆังคว่ำ ไหล่ซ้ายกว้าง เกศทะลุซุ้ม
พระรอด ลำพูน
พระเครื่องเนื้อดินเผาโบราณที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในชุดเบญจภาคี มีอายุราว 1,300 ปี ขุดพบครั้งแรกที่ วัดมหาวัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรหริภุญชัย
พระรอด ลำพูน
พระเครื่องเนื้อดินเผาโบราณที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในชุดเบญจภาคี มีอายุราว 1,300 ปี ขุดพบครั้งแรกที่ วัดมหาวัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรหริภุญชัย
พระรอด ลำพูน
พระเครื่องเนื้อดินเผาโบราณที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในชุดเบญจภาคี มีอายุราว 1,300 ปี ขุดพบครั้งแรกที่ วัดมหาวัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรหริภุญชัย
พระรอด ลำพูน
พระเครื่องเนื้อดินเผาโบราณที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในชุดเบญจภาคี มีอายุราว 1,300 ปี ขุดพบครั้งแรกที่ วัดมหาวัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรหริภุญชัย
พระซุ้มกอ กำแพงเพชร
ป็นพระเครื่องเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ศิลปะสุโขทัยยุคต้น อายุประมาณ 700–800 ปี ค้นพบครั้งแรกในกรุวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อปี พ.ศ. 2392
พระซุ้มกอ กำแพงเพชร
ป็นพระเครื่องเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ศิลปะสุโขทัยยุคต้น อายุประมาณ 700–800 ปี ค้นพบครั้งแรกในกรุวัดพระบรมธาตุ เมืองนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อปี พ.ศ. 2392
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธาน
ป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มีพุทธลักษณะองค์พระนั่งสมาธิในระฆังคว่ำ ไหล่ซ้ายกว้าง เกศทะลุซุ้ม
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธาน
ป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มีพุทธลักษณะองค์พระนั่งสมาธิในระฆังคว่ำ ไหล่ซ้ายกว้าง เกศทะลุซุ้ม
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม
องค์พระ: ดูชะลูด ไม่อ้วนล่ำสันเหมือนพิมพ์ใหญ่ เอวคอดและผายสะโพกพระกรรณ (หู): ติดชัดเจน ยาวลงมาคล้ายหูบายศรีอกร่อง: หน้าอกปรากฏร่องรางของเส้นสังฆาฏิพาดผ่านฐานแซม: มีเส้นขีดแซมขนาดเล็กใต้หน้าตักและใต้ฐานพระชัดเจน
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม
องค์พระ: ดูชะลูด ไม่อ้วนล่ำสันเหมือนพิมพ์ใหญ่ เอวคอดและผายสะโพกพระกรรณ (หู): ติดชัดเจน ยาวลงมาคล้ายหูบายศรีอกร่อง: หน้าอกปรากฏร่องรางของเส้นสังฆาฏิพาดผ่านฐานแซม: มีเส้นขีดแซมขนาดเล็กใต้หน้าตักและใต้ฐานพระชัดเจน
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม
องค์พระ: ดูชะลูด ไม่อ้วนล่ำสันเหมือนพิมพ์ใหญ่ เอวคอดและผายสะโพกพระกรรณ (หู): ติดชัดเจน ยาวลงมาคล้ายหูบายศรีอกร่อง: หน้าอกปรากฏร่องรางของเส้นสังฆาฏิพาดผ่านฐานแซม: มีเส้นขีดแซมขนาดเล็กใต้หน้าตักและใต้ฐานพระชัดเจน
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม
องค์พระ: ดูชะลูด ไม่อ้วนล่ำสันเหมือนพิมพ์ใหญ่ เอวคอดและผายสะโพกพระกรรณ (หู): ติดชัดเจน ยาวลงมาคล้ายหูบายศรีอกร่อง: หน้าอกปรากฏร่องรางของเส้นสังฆาฏิพาดผ่านฐานแซม: มีเส้นขีดแซมขนาดเล็กใต้หน้าตักและใต้ฐานพระชัดเจน
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธาน
ป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มีพุทธลักษณะองค์พระนั่งสมาธิในระฆังคว่ำ ไหล่ซ้ายกว้าง เกศทะลุซุ้ม
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธาน
ป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มีพุทธลักษณะองค์พระนั่งสมาธิในระฆังคว่ำ ไหล่ซ้ายกว้าง เกศทะลุซุ้ม
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธาน
ป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มีพุทธลักษณะองค์พระนั่งสมาธิในระฆังคว่ำ ไหล่ซ้ายกว้าง เกศทะลุซุ้ม
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พระประธาน
ป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่อง สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มีพุทธลักษณะองค์พระนั่งสมาธิในระฆังคว่ำ ไหล่ซ้ายกว้าง เกศทะลุซุ้ม
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม
พระเกศ: สั้นป้อม ปลายมนกลมคล้ายดอกบัวตูม ไม่เรียวยาวหรือแหลมสูงเหมือนพิมพ์เจดีย์พระกรรณ (หู): กางออกและโค้งคล้ายรูปบายศรีพระบาท: นั่งสมาธิราบ และมักเห็นปลายพระบาทข้างซ้ายโผล่รำไรใต้เข่าฐานพระ: มี 3 ชั้น ฐานชั้นกลางมักทำเป็นรูปคมขวานหรือฐานสิงห์
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม
พระเกศ: สั้นป้อม ปลายมนกลมคล้ายดอกบัวตูม ไม่เรียวยาวหรือแหลมสูงเหมือนพิมพ์เจดีย์พระกรรณ (หู): กางออกและโค้งคล้ายรูปบายศรีพระบาท: นั่งสมาธิราบ และมักเห็นปลายพระบาทข้างซ้ายโผล่รำไรใต้เข่าฐานพระ: มี 3 ชั้น ฐานชั้นกลางมักทำเป็นรูปคมขวานหรือฐานสิงห์
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม
พระเกศ: สั้นป้อม ปลายมนกลมคล้ายดอกบัวตูม ไม่เรียวยาวหรือแหลมสูงเหมือนพิมพ์เจดีย์พระกรรณ (หู): กางออกและโค้งคล้ายรูปบายศรีพระบาท: นั่งสมาธิราบ และมักเห็นปลายพระบาทข้างซ้ายโผล่รำไรใต้เข่าฐานพระ: มี 3 ชั้น ฐานชั้นกลางมักทำเป็นรูปคมขวานหรือฐานสิงห์
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม
พระเกศ: สั้นป้อม ปลายมนกลมคล้ายดอกบัวตูม ไม่เรียวยาวหรือแหลมสูงเหมือนพิมพ์เจดีย์พระกรรณ (หู): กางออกและโค้งคล้ายรูปบายศรีพระบาท: นั่งสมาธิราบ และมักเห็นปลายพระบาทข้างซ้ายโผล่รำไรใต้เข่าฐานพระ: มี 3 ชั้น ฐานชั้นกลางมักทำเป็นรูปคมขวานหรือฐานสิงห์
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม
พระเกศ: สั้นป้อม ปลายมนกลมคล้ายดอกบัวตูม ไม่เรียวยาวหรือแหลมสูงเหมือนพิมพ์เจดีย์พระกรรณ (หู): กางออกและโค้งคล้ายรูปบายศรีพระบาท: นั่งสมาธิราบ และมักเห็นปลายพระบาทข้างซ้ายโผล่รำไรใต้เข่าฐานพระ: มี 3 ชั้น ฐานชั้นกลางมักทำเป็นรูปคมขวานหรือฐานสิงห์
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม
พระเกศ: สั้นป้อม ปลายมนกลมคล้ายดอกบัวตูม ไม่เรียวยาวหรือแหลมสูงเหมือนพิมพ์เจดีย์พระกรรณ (หู): กางออกและโค้งคล้ายรูปบายศรีพระบาท: นั่งสมาธิราบ และมักเห็นปลายพระบาทข้างซ้ายโผล่รำไรใต้เข่าฐานพระ: มี 3 ชั้น ฐานชั้นกลางมักทำเป็นรูปคมขวานหรือฐานสิงห์
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม
องค์พระ: ดูชะลูด ไม่อ้วนล่ำสันเหมือนพิมพ์ใหญ่ เอวคอดและผายสะโพกพระกรรณ (หู): ติดชัดเจน ยาวลงมาคล้ายหูบายศรีอกร่อง: หน้าอกปรากฏร่องรางของเส้นสังฆาฏิพาดผ่านฐานแซม: มีเส้นขีดแซมขนาดเล็กใต้หน้าตักและใต้ฐานพระชัดเจน
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม
องค์พระ: ดูชะลูด ไม่อ้วนล่ำสันเหมือนพิมพ์ใหญ่ เอวคอดและผายสะโพกพระกรรณ (หู): ติดชัดเจน ยาวลงมาคล้ายหูบายศรีอกร่อง: หน้าอกปรากฏร่องรางของเส้นสังฆาฏิพาดผ่านฐานแซม: มีเส้นขีดแซมขนาดเล็กใต้หน้าตักและใต้ฐานพระชัดเจน
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เจดีย์
พระเกศ: เรียวยาวเป็นทรงปลีคล้ายยอดเจดีย์พระอุระ (อก): ผึ่งผาย สมส่วนฐานพระ: ฐาน 3 ชั้นมีความลึกชัดเจน ชั้นอกไก่สวยงาม
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เจดีย์
พระเกศ: เรียวยาวเป็นทรงปลีคล้ายยอดเจดีย์พระอุระ (อก): ผึ่งผาย สมส่วนฐานพระ: ฐาน 3 ชั้นมีความลึกชัดเจน ชั้นอกไก่สวยงาม
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม
พระเกศ: สั้นป้อม ปลายมนกลมคล้ายดอกบัวตูม ไม่เรียวยาวหรือแหลมสูงเหมือนพิมพ์เจดีย์พระกรรณ (หู): กางออกและโค้งคล้ายรูปบายศรีพระบาท: นั่งสมาธิราบ และมักเห็นปลายพระบาทข้างซ้ายโผล่รำไรใต้เข่าฐานพระ: มี 3 ชั้น ฐานชั้นกลางมักทำเป็นรูปคมขวานหรือฐานสิงห์
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม
พระเกศ: สั้นป้อม ปลายมนกลมคล้ายดอกบัวตูม ไม่เรียวยาวหรือแหลมสูงเหมือนพิมพ์เจดีย์พระกรรณ (หู): กางออกและโค้งคล้ายรูปบายศรีพระบาท: นั่งสมาธิราบ และมักเห็นปลายพระบาทข้างซ้ายโผล่รำไรใต้เข่าฐานพระ: มี 3 ชั้น ฐานชั้นกลางมักทำเป็นรูปคมขวานหรือฐานสิงห์
พระสมเด็จ วัดเกศไชโย ฐาน 7 ชั้น
พระเกศ: เรียวยาวปลายแหลม คล้ายเปลวเพลิงหรือปลีกล้วยพระพักตร์: กลมเล็กคล้ายเม็ดพริกไทยหูพระ: เป็นรูปหูบายศรี สองข้างยาวไม่เท่ากันชัดเจนฐาน 7 ชั้น: ซ้อนลดหลั่นกัน ชั้นที่ 4 และ 5 มักแอ่นมีลักษณะเป็นเดือยกรอบกระจก: มีเส้นซุ้มครอบแก้วโค้งมนโอบรอบองค์พระด้านข้
พระสมเด็จ วัดเกศไชโย ฐาน 7 ชั้น
พระเกศ: เรียวยาวปลายแหลม คล้ายเปลวเพลิงหรือปลีกล้วยพระพักตร์: กลมเล็กคล้ายเม็ดพริกไทยหูพระ: เป็นรูปหูบายศรี สองข้างยาวไม่เท่ากันชัดเจนฐาน 7 ชั้น: ซ้อนลดหลั่นกัน ชั้นที่ 4 และ 5 มักแอ่นมีลักษณะเป็นเดือยกรอบกระจก: มีเส้นซุ้มครอบแก้วโค้งมนโอบรอบองค์พระด้านข้
พระสมเด็จ วัดเกศไชโย ฐาน 7 ชั้น
พระเกศ: เรียวยาวปลายแหลม คล้ายเปลวเพลิงหรือปลีกล้วยพระพักตร์: กลมเล็กคล้ายเม็ดพริกไทยหูพระ: เป็นรูปหูบายศรี สองข้างยาวไม่เท่ากันชัดเจนฐาน 7 ชั้น: ซ้อนลดหลั่นกัน ชั้นที่ 4 และ 5 มักแอ่นมีลักษณะเป็นเดือยกรอบกระจก: มีเส้นซุ้มครอบแก้วโค้งมนโอบรอบองค์พระด้านข้
พระสมเด็จ วัดเกศไชโย ฐาน 7 ชั้น
พระเกศ: เรียวยาวปลายแหลม คล้ายเปลวเพลิงหรือปลีกล้วยพระพักตร์: กลมเล็กคล้ายเม็ดพริกไทยหูพระ: เป็นรูปหูบายศรี สองข้างยาวไม่เท่ากันชัดเจนฐาน 7 ชั้น: ซ้อนลดหลั่นกัน ชั้นที่ 4 และ 5 มักแอ่นมีลักษณะเป็นเดือยกรอบกระจก: มีเส้นซุ้มครอบแก้วโค้งมนโอบรอบองค์พระด้านข้
พระสมเด็จ วัดเกศไชโย ฐาน 7 ชั้น
พระเกศ: เรียวยาวปลายแหลม คล้ายเปลวเพลิงหรือปลีกล้วยพระพักตร์: กลมเล็กคล้ายเม็ดพริกไทยหูพระ: เป็นรูปหูบายศรี สองข้างยาวไม่เท่ากันชัดเจนฐาน 7 ชั้น: ซ้อนลดหลั่นกัน ชั้นที่ 4 และ 5 มักแอ่นมีลักษณะเป็นเดือยกรอบกระจก: มีเส้นซุ้มครอบแก้วโค้งมนโอบรอบองค์พระด้านข้
พระสมเด็จ วัดเกศไชโย ฐาน 7 ชั้น
พระเกศ: เรียวยาวปลายแหลม คล้ายเปลวเพลิงหรือปลีกล้วยพระพักตร์: กลมเล็กคล้ายเม็ดพริกไทยหูพระ: เป็นรูปหูบายศรี สองข้างยาวไม่เท่ากันชัดเจนฐาน 7 ชั้น: ซ้อนลดหลั่นกัน ชั้นที่ 4 และ 5 มักแอ่นมีลักษณะเป็นเดือยกรอบกระจก: มีเส้นซุ้มครอบแก้วโค้งมนโอบรอบองค์พระด้านข้
สิงห์กิเลน สาริกางาแกะ หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก
หลวงพ่ออ่ำ เกสโร วัดหนองกะบอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง (เกิด พ.ศ. 2408 มรณภาพ พ.ศ. 2495)วิชาความรู้: ท่านเรียนวิชาคมมาจากหลวงปู่สังข์เฒ่า วัดละหารไร่ และรับถ่ายทอดวิชาสายหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ยลักษณะการสร้าง: นอกจากเครื่องรางรูป "แพะ" และปีนักษัตรต่างๆ แล้ว หลวง
สิงห์กิเลน สาริกางาแกะ หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก
หลวงพ่ออ่ำ เกสโร วัดหนองกะบอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง (เกิด พ.ศ. 2408 มรณภาพ พ.ศ. 2495)วิชาความรู้: ท่านเรียนวิชาคมมาจากหลวงปู่สังข์เฒ่า วัดละหารไร่ และรับถ่ายทอดวิชาสายหลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ยลักษณะการสร้าง: นอกจากเครื่องรางรูป "แพะ" และปีนักษัตรต่างๆ แล้ว หลวง
สิงห์งาแกะ พิมพ์กรอบข้าวหลามตัด หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
สร้างขึ้นในช่วงยุคสมัยของหลวงพ่อเดิม โดยนำเศษงาช้างที่เหลือจากการแกะสลักพระหรือด้ามมีดหมอ มาแกะเป็นรูปราชสีห์หรือสิงห์ และบรรจุไว้ในกรอบรูปทรงข้าวหลามตัดช่างแกะ: เป็นฝีมือช่างชาวบ้านหรือช่างในพื้นที่ที่มีความประณีต ศิลปะการแกะมีความเป็นเอกลักษณ์ งาช้างมีค
สิงห์งาแกะ พิมพ์กรอบข้าวหลามตัด หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
สร้างขึ้นในช่วงยุคสมัยของหลวงพ่อเดิม โดยนำเศษงาช้างที่เหลือจากการแกะสลักพระหรือด้ามมีดหมอ มาแกะเป็นรูปราชสีห์หรือสิงห์ และบรรจุไว้ในกรอบรูปทรงข้าวหลามตัดช่างแกะ: เป็นฝีมือช่างชาวบ้านหรือช่างในพื้นที่ที่มีความประณีต ศิลปะการแกะมีความเป็นเอกลักษณ์ งาช้างมีค
นรสิงห์หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว
หลวงปู่ยิ้ม พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าผู้เรืองวิทยาคมแห่งเมืองกาญจนบุรี อาจารย์ของพระเกจิชื่อดังหลายรูปและกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ลักษณะ: เครื่องรางรูปสัตว์ เช่น เสือ (แกะจากเขี้ยวเสือ) ราชสีห์ หรือสิงห์ (แกะจากงาหรือไม้มงคล เช่น ไม้คูน) ที่ชาวบ้านมักเรียกว่า
นรสิงห์หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว
หลวงปู่ยิ้ม พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าผู้เรืองวิทยาคมแห่งเมืองกาญจนบุรี อาจารย์ของพระเกจิชื่อดังหลายรูปและกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ลักษณะ: เครื่องรางรูปสัตว์ เช่น เสือ (แกะจากเขี้ยวเสือ) ราชสีห์ หรือสิงห์ (แกะจากงาหรือไม้มงคล เช่น ไม้คูน) ที่ชาวบ้านมักเรียกว่า
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
เสือหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน
ท่านั่งชันเข่า ตัวอ้วนกลม พุงยุ้ยขาหน้าอวบใหญ่ มีรอยจิกเล็บลงบนพื้น (มีทั้งแบบ 3 เล็บและ 4 เล็บ)เอกลักษณ์สำคัญคือ "หน้าแมว หน้าหนู" และดวงตาแบบ "ตาลูกเต๋า"มีรอยจารอักขระยันต์ เช่น ยันต์กอหญ้า บริเวณตัวเสือ
สิงห์สาริกา หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่
สิงห์สาริกา หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว ประวัติเสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว ประวัติเสือคางเครา (หรือเสือแกะ) หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องรางประเภทเสือที่หายากและมีความต้องการสูงมากในวงการพระเครื่อง สร้
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว ประวัติเสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว ประวัติเสือคางเครา (หรือเสือแกะ) หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องรางประเภทเสือที่หายากและมีความต้องการสูงมากในวงการพระเครื่อง สร้
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว ประวัติเสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว ประวัติเสือคางเครา (หรือเสือแกะ) หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องรางประเภทเสือที่หายากและมีความต้องการสูงมากในวงการพระเครื่อง สร้
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว
เสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว ประวัติเสือคางเครา หลวงปู่ยิ้มวัดหนองบัว ประวัติเสือคางเครา (หรือเสือแกะ) หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องรางประเภทเสือที่หายากและมีความต้องการสูงมากในวงการพระเครื่อง สร้
ปิดตากรุวังหน้า
มสร้างขึ้นในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (ราวปี พ.ศ. 2349 หลังรัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคตและรัชกาลที่ 2 ครองราชย์) โดยพระเกจิอาจารย์หลายสำนักร่วมกันสร้างบรรจุไว้ตามพระอารามหลวงและเพดานห้องโถงในพระราชวังลักษณะเนื้อพระ: สร้างด้วยเนื้อครั่ง เนื้อผงผสมว่านคลุกรัก เคล้
ปิดตากรุวังหน้า
มสร้างขึ้นในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (ราวปี พ.ศ. 2349 หลังรัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคตและรัชกาลที่ 2 ครองราชย์) โดยพระเกจิอาจารย์หลายสำนักร่วมกันสร้างบรรจุไว้ตามพระอารามหลวงและเพดานห้องโถงในพระราชวังลักษณะเนื้อพระ: สร้างด้วยเนื้อครั่ง เนื้อผงผสมว่านคลุกรัก เคล้
พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว
ได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 5 เบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงยอดนิยมของประเทศไทย ร่วมกับพระปิดตาของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในด้านพุทธคุณที่เข้มขลังและมวลสารที่รวบรวมอย่างพิถีพิถัน
พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก หลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว
ได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 5 เบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงยอดนิยมของประเทศไทย ร่วมกับพระปิดตาของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในด้านพุทธคุณที่เข้มขลังและมวลสารที่รวบรวมอย่างพิถีพิถัน
ปิดตาพิมพ์ว่าวจุฬา หลวงปู่ปั้น
สร้างจากเนื้อผงพุทธคุณผสมปูนเปลือกหอยและมวลสารเก่า มีความแห้งแกร่งและเนื้อหยาบแก่มวลสารคล้ายพระสมเด็จวัดระฆังฯ มากพิมพ์ทรง: นอกจากพระพิมพ์สมเด็จทรงกรวย (ลึก/ตื้น) แล้ว ยังมี พระปิดตามหาอุตม์พิมพ์ว่าวจุฬา ด้านหลังมักเรียบหรือบางองค์ปรากฏรอยประทับตราพัดยศ ข
ปิดตาพิมพ์ว่าวจุฬา หลวงปู่ปั้น
สร้างจากเนื้อผงพุทธคุณผสมปูนเปลือกหอยและมวลสารเก่า มีความแห้งแกร่งและเนื้อหยาบแก่มวลสารคล้ายพระสมเด็จวัดระฆังฯ มากพิมพ์ทรง: นอกจากพระพิมพ์สมเด็จทรงกรวย (ลึก/ตื้น) แล้ว ยังมี พระปิดตามหาอุตม์พิมพ์ว่าวจุฬา ด้านหลังมักเรียบหรือบางองค์ปรากฏรอยประทับตราพัดยศ ข
ปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน早 (ช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5) โดยหลวงพ่อแก้ว พระเกจิผู้มีความขลังด้านเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เนื้อหามวลสารหลักเป็นเนื้อผงคลุกรักผสมผงวิเศษและเกสรดอกไม้
ปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน早 (ช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5) โดยหลวงพ่อแก้ว พระเกจิผู้มีความขลังด้านเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เนื้อหามวลสารหลักเป็นเนื้อผงคลุกรักผสมผงวิเศษและเกสรดอกไม้
ปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน早 (ช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5) โดยหลวงพ่อแก้ว พระเกจิผู้มีความขลังด้านเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เนื้อหามวลสารหลักเป็นเนื้อผงคลุกรักผสมผงวิเศษและเกสรดอกไม้
ปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน早 (ช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5) โดยหลวงพ่อแก้ว พระเกจิผู้มีความขลังด้านเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เนื้อหามวลสารหลักเป็นเนื้อผงคลุกรักผสมผงวิเศษและเกสรดอกไม้
พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดในปากทะเล
เป็นพิมพ์ปั้นโบราณ (พิมพ์ใหญ่, พิมพ์กลาง, พิมพ์เล็ก) ด้านหลังมีทั้งหลังแบบ หลังเรียบ และหลังมียันต์เนื้อหา: เนื้อผงคลุกรัก สีน้ำตาลเข้มเกือบดำหรือสีเปลือกกะลามะพร้าว มีความละเอียดแน่น
พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดในปากทะเล
เป็นพิมพ์ปั้นโบราณ (พิมพ์ใหญ่, พิมพ์กลาง, พิมพ์เล็ก) ด้านหลังมีทั้งหลังแบบ หลังเรียบ และหลังมียันต์เนื้อหา: เนื้อผงคลุกรัก สีน้ำตาลเข้มเกือบดำหรือสีเปลือกกะลามะพร้าว มีความละเอียดแน่น
พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดในปากทะเล
เป็นพิมพ์ปั้นโบราณ (พิมพ์ใหญ่, พิมพ์กลาง, พิมพ์เล็ก) ด้านหลังมีทั้งหลังแบบ หลังเรียบ และหลังมียันต์เนื้อหา: เนื้อผงคลุกรัก สีน้ำตาลเข้มเกือบดำหรือสีเปลือกกะลามะพร้าว มีความละเอียดแน่น
พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดในปากทะเล
เป็นพิมพ์ปั้นโบราณ (พิมพ์ใหญ่, พิมพ์กลาง, พิมพ์เล็ก) ด้านหลังมีทั้งหลังแบบ หลังเรียบ และหลังมียันต์เนื้อหา: เนื้อผงคลุกรัก สีน้ำตาลเข้มเกือบดำหรือสีเปลือกกะลามะพร้าว มีความละเอียดแน่น
พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดครือวัลย์ พิมพ์ปั้นลอย
หลวงพ่อแก้วสร้างพระปิดตาช่วงที่จำพรรษาอยู่ทั้งที่วัดปากทะเล (จ.เพชรบุรี) และวัดเครือวัลย์ (จ.ชลบุรี)กรรมวิธีการสร้าง: พิมพ์ปั้นไม่ได้กดพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อกหินหรือโลหะ แต่ใช้มือปั้นทีละองค์ (ลอยองค์) แล้วคลุกเคล้าด้วยรักน้ำเกลี้ยงหรือรักดำ
พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดครือวัลย์ พิมพ์ปั้นลอย
หลวงพ่อแก้วสร้างพระปิดตาช่วงที่จำพรรษาอยู่ทั้งที่วัดปากทะเล (จ.เพชรบุรี) และวัดเครือวัลย์ (จ.ชลบุรี)กรรมวิธีการสร้าง: พิมพ์ปั้นไม่ได้กดพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อกหินหรือโลหะ แต่ใช้มือปั้นทีละองค์ (ลอยองค์) แล้วคลุกเคล้าด้วยรักน้ำเกลี้ยงหรือรักดำ
พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดครือวัลย์ พิมพ์ปั้นลอย
หลวงพ่อแก้วสร้างพระปิดตาช่วงที่จำพรรษาอยู่ทั้งที่วัดปากทะเล (จ.เพชรบุรี) และวัดเครือวัลย์ (จ.ชลบุรี)กรรมวิธีการสร้าง: พิมพ์ปั้นไม่ได้กดพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อกหินหรือโลหะ แต่ใช้มือปั้นทีละองค์ (ลอยองค์) แล้วคลุกเคล้าด้วยรักน้ำเกลี้ยงหรือรักดำ
พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดครือวัลย์ พิมพ์ปั้นลอย
หลวงพ่อแก้วสร้างพระปิดตาช่วงที่จำพรรษาอยู่ทั้งที่วัดปากทะเล (จ.เพชรบุรี) และวัดเครือวัลย์ (จ.ชลบุรี)กรรมวิธีการสร้าง: พิมพ์ปั้นไม่ได้กดพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อกหินหรือโลหะ แต่ใช้มือปั้นทีละองค์ (ลอยองค์) แล้วคลุกเคล้าด้วยรักน้ำเกลี้ยงหรือรักดำ
พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน早 (ช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5) โดยหลวงพ่อแก้ว พระเกจิผู้มีความขลังด้านเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เนื้อหามวลสารหลักเป็นเนื้อผงคลุกรักผสมผงวิเศษและเกสรดอกไม้
พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน早 (ช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5) โดยหลวงพ่อแก้ว พระเกจิผู้มีความขลังด้านเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เนื้อหามวลสารหลักเป็นเนื้อผงคลุกรักผสมผงวิเศษและเกสรดอกไม้
ปิดตาหลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูง
จังหวัดนนทบุรี เป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักที่โด่งดังที่สุดของไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อหาทุนสร้างอุโบสถ มีพุทธคุณเด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และแคล้วคลาดคงกระพัน
ปิดตาหลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูง
จังหวัดนนทบุรี เป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักที่โด่งดังที่สุดของไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อหาทุนสร้างอุโบสถ มีพุทธคุณเด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และแคล้วคลาดคงกระพัน
พระปิดตาวัดสะพานสูง
จังหวัดนนทบุรี เป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักที่โด่งดังที่สุดของไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อหาทุนสร้างอุโบสถ มีพุทธคุณเด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และแคล้วคลาดคงกระพัน
พระปิดตาวัดสะพานสูง
จังหวัดนนทบุรี เป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักที่โด่งดังที่สุดของไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อหาทุนสร้างอุโบสถ มีพุทธคุณเด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ และแคล้วคลาดคงกระพัน
ปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน早 (ช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5) โดยหลวงพ่อแก้ว พระเกจิผู้มีความขลังด้านเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เนื้อหามวลสารหลักเป็นเนื้อผงคลุกรักผสมผงวิเศษและเกสรดอกไม้
ปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน早 (ช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5) โดยหลวงพ่อแก้ว พระเกจิผู้มีความขลังด้านเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เนื้อหามวลสารหลักเป็นเนื้อผงคลุกรักผสมผงวิเศษและเกสรดอกไม้
พระสังกัจจายน์พิมพ์ปั้น หลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์
หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ อ.เมือง จ.ชลบุรี ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์แห่งพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักลักษณะพิมพ์ปั้น: เป็นการกดพิมพ์หรือปั้นมือทีละองค์ (ไม่ใช่การกดแม่พิมพ์แบบบล็อกเหล็กหรือหินทั่วไป) ทำให้มิติขององค์พระมีความลอยตัว เนื้อหนา และปรากฏร่อง
พระสังกัจจายน์พิมพ์ปั้น หลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์
หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ อ.เมือง จ.ชลบุรี ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์แห่งพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักลักษณะพิมพ์ปั้น: เป็นการกดพิมพ์หรือปั้นมือทีละองค์ (ไม่ใช่การกดแม่พิมพ์แบบบล็อกเหล็กหรือหินทั่วไป) ทำให้มิติขององค์พระมีความลอยตัว เนื้อหนา และปรากฏร่อง
พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน (ช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5) โดยหลวงพ่อแก้ว พระเกจิผู้มีความขลังด้านเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เนื้อหามวลสารหลักเป็นเนื้อผงคลุกรักผสมผงวิเศษและเกสรดอกไม้
พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอน早 (ช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5) โดยหลวงพ่อแก้ว พระเกจิผู้มีความขลังด้านเมตตามหานิยมสูงยิ่ง เนื้อหามวลสารหลักเป็นเนื้อผงคลุกรักผสมผงวิเศษและเกสรดอกไม้
ไม่มีภาพในอัลบั้มนี้